ในน้ำมีปลา ในป่ามีผับ

•พฤศจิกายน 4, 2009 • 5 ความเห็น

ลมหนาวผ่านเข้ามาแล้วนะครับ นี่แค่เริ่มๆก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว กว่าจะถึงวันที่ห้ากุมภาปีหน้า แถมยังขึ้นไปบนเขาใหญ่อีกด้วยอากาศคงเหมือนเราไปนั่งดูคอนเสิร์ตกันที่สวิสเซอร์แลนด์กันเลยทีเดียว มาถึงวันนี้หลานท่านคงได้เห็นทีสเซอร์ของงาน Big Mountain Music Festival (BMMF) กันแล้วนะครับ ถ้ายังไม่ดูก็เข้าไปดูกันได้ที่นี่เลยครับ http://www.bigmountainmusicfestival.com   ที่นั่นจะเป็นเว็บไซท์อย่างเป็นทางการของงานของเรา มีรายละเอียดทุกอย่างที่เกี่ยวกับงานคอยอัพเดทกันอยู่เรื่อยๆ ทุกท่านควรจะข้าไปเช็คข้อมูลที่นั่นเรื่อยๆนะครับ ข้อมูลหลายอย่างจะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านในการไปร่วมสนุกกันในงาน BMMF เป็นอย่างยิ่ง ตอนนี้ยังเปิดให้บริการไม่ครบทุกพื้นที่ เชื่อว่าภายในไม่เกินสองอาทิตย์นี้คงจะใช้งานได้ครบทุกอย่าง และสำหรับท่านที่ตัดสินใจได้แล้วว่าจะไปสนุกกันแน่ตอนนี้เราเปิดจองบัตรแล้วที่ http://www.gmmlive.com คลิกเข้าไปซื้อกันได้เลย ซื้อกันภายในปีนี้เรามอบ”ผ้าขาวม้า มาหา ณ วัว”ให้ท่านละหนึ่งผืนอีกด้วย

 

ผ้าขาวม้าหน้าตาเป็นแบบนี้

12942_150392514363_104081149363_2330917_2816387_n

 

เรามีสองสีให้เลือกครับ เนื้อผ้านุ่มน่าห่มเป็นที่สุด ผ้ามีจำนวนจำกัด ต้องจองภายในวันที่ 15 ธันวานี้เท่านั้นนะ

 

โปสเตอร์ก็เสร็จแล้ว หน้าตาเป็นอย่างนี้

 

12942_150392084363_104081149363_2330914_4709953_n

 

อีกวันสองวันคงได้เห็นกันทั่วเมือง นี่เป็นเพียงโปสเตอร์แบบทีสเซอร์ ของจริงจะตามมาอีกทีอีกอาทิตย์กว่าๆครับ

 

หลายคนรอรายชื่อวงดนตรีที่จะขึ้นเล่นในผับของเราทั้งสามผับซึ่งเป็นเวทีเล็กๆความจุสองสามร้อยคน หลายคนบอกว่าอยากดูวงแปลกๆนอกเหนือไปจากวงที่เห็นในทุกเทศกาลดนตรี รายชื่อต่อไปนี้คงจะช่วยคุณได้ แต่ต้องบอกกันก่อนว่ารายชื่อวงเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้บ้างเพราะเป็นรายชื่อที่เสนอมาโดยผู้จัดโชว์ของแต่ละผับ แต่ก็คงเปลี่ยนแปลงไม่มาก ดูแล้วคงพอจะได้ไอเดียว่าเราจะได้ดูอะไรกันบ้างใน BMMF

 

Smallroom จะขนศิลปินกันมาเกือบทั้งค่าย มาบุกทั้งเวทีใหญ่และยึดผับของเราเล่นกันยันสว่าง อย่าให้บอกเลยว่ามีใครบ้าง ก็บอกแล้วว่ามาเกือบทั้งค่าย

 

SO::ON Dry FLOWER/SOL Space  นี่ก็ขนกันมาทั้งก๊วนตั้งแต่ Destop Error ,Yellow Fang ยัน Space Bucha และอีกเยอะ คุณ Koishi เขาขอรับประกันความมันด้วยตัวเอง

 

คุณติแห่งBuddhist Holiday คุณจีน มหาสมุทรและเพื่อนๆ จัดโชว์ชุดใหญ่ หลายแนวทาง เช่น มาลัยมาเร่ ,Little Fox ,Samurai Lao ,Tom and Strawbrries เป็นต้น

 

Mind the Gap เน้นไปที่วงหน้าใหม่ โดยได้รัแรงบันดาลใจจากเวที John Peel ที่ Glastonbury ตอนกลางวันจะเป็นร๊อค ตอนกลางคืนจะเน้นอีเลคโทร (ข่าวดีคือเราหาที่ตั้งผับให้เปิดตอนกลางวันด้วยได้แล้ว ทำให้มีวงมาเล่นได้เพิ่มขึ้นอีก) รายชื่อวงก็อย่างเช่น Reveng of the Cyberman ,The Standards ,The Why Oh Oh ,Basement Tape ,The Papers ,Zero Hero ,Artfloor ,DJ Gene Kasidit และอีกมาก

 

Stufe จะขนมาทั้งครัวทั้งนักดนตรี เพื่อนพ้องแก๊งค์โมโนโทน มากันครบ แถมยังมีเมนูพิเศษให้ลองชิมอีกด้วย

 

Genie Records ถึงจะเป็นค่ายใหญ่ แต่มีหัวใจอิสระ จะขนวงดนตรีทั้งเก่าใหม่ใหญ่เล็กมาสนุกกันอย่างเต็มที่ รายชื่อวงอย่าเพิ่งบอกตอนนี้ เดี๋ยวจะไม่ตื่นเต้น

 

เป็นไงครับ ครบเครื่องไหมครับงานเรา มีอะไรเพิ่มเติมจะมาแจ้งให้ทราบกันเรื่อยๆครับ

 

ฝั่งโปรดักชั่นของเราตอนนี้ก็ทำงานกันไม่มีวันหยุด แจ๊คกับจิโร่ได้นอนบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าไอเดียใหม่ๆยังคงหลั่งไหลออกมาไม่หยุด รายละเอียดเรื่องไอเดียใหม่ขอเก็บไว้เล่าวันหลังบ้างแล้วกัน

 

เมื่อวันก่อนบอก่คุณไปว่าพื้นที่กางเต๊นท์ขนาดสี่คูณสี่เมตรของเราให้คุณพาใครเข้าไปนอนได้อย่างไม่จำกัด แต่หลังจากปรึกษาหารือกันกับทีมจีเอ็มเอ็มไลฟ์แล้วเราคงต้องเปลี่ยนกติการเพื่อความสงบสุขโดยรวมของชาวเต๊นท์ นั่นก็คือเราขอจำกัดจำนวนผู้อยู่อาศัยในแต่ละเต๊นท์ไม่เกินสี่คน(ซึ่งก็เป็นจำนวนที่สมเหตุสมผลสำหรับการนอนร่วมกันในพื้นที่สี่คูณสี่เมตร) ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการดูแลรักษาความปลอดภัยในโซนกางเต๊นท์ เพราะถ้าเราไม่จำกัดจำนวนก็โซนนั้นๆก็คงจะโกลาหลกันใช้ได้ แต่ถึงจะจำกัดจำนวนที่สี่คนต่อเต๊นท์ ในราคาสามร้อยบาทนอนได้สองคืน เราก็ว่าเป็นราคาที่ยุติธรรมดีอยู่นะ ใช่ไหมพวกเรา

 

สำหรับแม่ค้าพ่อค้าที่อยากมาขายของในงานของเรา วันนี้เราเพิ่งสรุปเรื่องกฏระเบียบของการเข้ามาทำการค้าใน BMMF คอยอ่านรายละเอียดได้ที่ เว็บไซท์ของเรานะครับ

 

ช่วงนี้คงมีเรื่องมาอัพเดทกันบ่อยขึ้น อย่าเพิ่งเบื่อกันซะก่อนนะครับ

มัน ใหญ่ มาก

•ตุลาคม 29, 2009 • 35 ความเห็น

(เพื่อรายละเอียดที่ครบถ้วนของงานBMMF ผมขอแนะนำให้เริ่มอ่านตั้งแต่ตอน “ความฝันอยู๋ในมือของท่านแล้ว” ในบล๊อกของวันที่ 26 สิงหาคม 2009 ครับ)

หายหน้าไปนานเพราะวุ่นกับการเตรียมงาน Big Mountain Music Festival (BMMF) กันไม่เป็นอันทำอะไร กลับมาคราวนี้เลยอยากเข้าเรื่องสำคัญที่หลายคนถามกันมาตลอด ว่า ตกลงจะขายบัตรราคาเท่าไหร่ และมีใครมาเล่นกันบ้าง วันนี้ได้รู้กันแน่

หลังจากถกเถียงกันมานานเราก็ได้บทสรุปของราคาบัตรที่เราคิดว่ายุติธรรมที่สุด จริงๆจะเรียกว่าถูกที่สุดก็ได้หลังจากเราเห็นราคาบัตรของบางงานที่ไปจัดที่เขาใหญ่ในช่วงนี้ ตอนแรกก็ว่าจะขายบัตรแยกกันสองวัน แต่ในที่สุดก็เอามันทีเตียวเข้าได้สองวันไปเลยดีกว่าไม่ต้องคิดเยอะ สรุปว่าเราจะขายบัตรกันในราคา 1400 บาท ขาดตัว จ่ายทีเดียวเข้าได้สองวันไปเลย ไม่ต้องลังเลกันแล้ว ใครจะเอาเต๊นท์ไปกางนอนในงานเราก็คิดค่าที่ขนาดสี่เมตรคูณสี่เมตรอีก 300 บาท จ่ายเหมาทีเดียวนอนได้ทั้งสองคืน กางเต๊นท์แล้วจะเข้าไปนอนอัดกันได้กี่คนก็ไม่ว่ากัน อากาศหนาวๆในช่วงต้นกุมภาอย่างนั้น เบียดกันจะได้อุ่นๆ หวังว่าราคานี้จะทำให้ทุกท่านตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แต่ถ้ายังโลเล ก็ต้องเร่งกันด้วยของแถมสุดพิเศษ “ผ้าขาวม้า มาหา ณ วัว” ทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อแจกทุกท่านที่ซื้อบัตรภายในวันที่ 16 ธันวาคม ปีนี้ แปลว่าถ้าช้าก็จะอด เราจะเปิดขายบัตรก่อนที่ http://www.gmmlive.com ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ หลังจากนั้นตอนกลางเดือนก็จะเปิดขายที่ Thaiticketmajor กันต่อไป ชอบที่ไหนก็ชื้อที่นั่นได้เลย ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้อีก เรามาดูกันซิว่ามีใครมาขึ้นเวทีกันบ้าง

รายชื่อต่อไปนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของศิลปินบนเวทีหลักสองเวทีเท่านั้น ยังไม่รวมผู้ที่จะมาเล่นในผับทั้งสามในงานของเราซึ่งจะเต็มไปด้วยศิลปินหลากสไตล์ทั้งใหม่และเก่า แต่ตอนนี้เอาเวทีหลักไปก่อน  Moderndog, Body Slam, Big Ass, Potato, Yokee Playboy,  Apartment Khunpa, Paradox, Crescendo, Flure, Sqweez Animal, T-Bone, Buddha Bless, Kaj Jo Brothers, Teddy Ska Band, Jui Juis, Stamp, Lula, Lipta, Calories Blah Blah, Friday, Groove Riders, ETC, Scrubb, Slot Machine และอีกเพียบ อย่าแปลกใจถ้าไม่เห็นชื่อศิลปินสมอลรูม เพราะขณะที่เขียนอยู่นี้เรากำลังจัดตารางโชว์กันและเช็คคิวกับทางค่ายกันอยู่ อีกไม่นานเราจึงจะยืนยันได้ว่าจะมีใครจากแก๊งห้องเล็กมาแจมกับเราบ้าง

เท่านั้นยังไม่พอ งานนี้ยังจะมีการกลับมารวมตัวกันของสามวงที่คุณคิดถึง Siam Secret Service, พราว และ 2 Days Ago Kids แค่นึกก็ต้องกรี๊ดกันก่อนแล้ว ส่วนที่ Dance Arena ของเรานั้น ในคืนวันแรกเป็นหน้าที่ของ MashRoom ทีมจัดปาร์ตี้หน้าใหม่นำทีมโดย ฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม  และในคืนวันที่สองจะเป็นหน้าที่ของ Dudesweet เจ้าเก่า จะยกทีมมาทำให้พวกเราได้มันกันยันเช้า

รายชื่อศิลปินอีกมากมายจะค่อยๆทยอยอัพเดทกันเข้ามาเรื่อยๆ พร้อมทั้งรายชื่อร้านค้าที่น่าสนใจที่จะเข้ามาสร้างสีสันให้กับงานของเรา คอยติดตามรายละเอียดกันได้ในเว็บไซท์อย่างเป็นทางการที่จะเปิดบริการเร็วๆนี้ ตอนนี้ก็ติดตามกันแถวๆนี้ไปก่อน

ในช่วงสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมาพวกเราทำงานกันหัวปั่น จิโร่กับแจ๊คปรับแบบของเวทีต่างๆให้เข้าที่เข้าทางมากขึ้น ทีมงานเกเรก็ติดต่อประสานงานกับผู้คนและหน่วยงานต่างจนไม่มีเวลาอยู่กับแฟน ทีมงาน GMM Live ก็เริ่มเข้ามาสานต่องานด้านต่างๆเพื่อเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนโปรดั๊กชั่นเต็มรูปแบบ ทีมงานพีอาร์ก็ตื่นเต้นกับงานใหญ่ของเราแล้วก็วางแผนพีอาร์ออกมาละเอียดยิบแบบไม่ให้พักผ่อนกันเลย ทีมโปรโมทก็ยิ่งงานเยอะทั้งโปสเตอร์ ทั้งTeaser Spot และ Spot ตัวเต็ม ที่เตรียมจะออกอวดโฉมกันในช่วงต้นเดือนหน้านี้ โปรดรอชมกันได้เลย ไม่แน่อีกวันสองวันผมจะแอบเอาตัวทีเซอร์มาให้พวกเราได้ดูกันที่นี่ก่อน

ที่ทีมพีอาร์และโปรโมชั่นรวมถึงสาวสาวทุกคนที่เกเรตื่นเต้นกันเป็นพิเศษก็คงเป็นเพราะผู้ที่จะมาช่วยเราโปรโมทงานนี้นั้นเป็นหนุ่มที่ฮอตที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ผม แต่เป็นหนุ่มคนนี้

IMG_6992_exposure

สงกรานต์ เตชะณรงค์ ในฐานะเจ้าของพื้นที่จัดงาน สนุกกับโปรเจ็คBMMFนี้มาก เมื่อเราชวนมาร่วมสนุกในสปอตโฆษณาก็ตอบรับทันทีด้วยความยินดี บรรยากาศในการถ่ายทำก็สนุกสนาน และเชื่อว่าเมื่อสปอตออกมาพวกเราคงจะชอบกัน ไว้คอยดูกันตอนกลางเดือนหน้านะครับ แต่ถ้าอดใจไม่ไหว ลองดูภาพนี้ก่อน

IMG_6918_exposure

ให้มันรู้ซะมั่งว่าใครเป็นใคร เท่่านั้นยังไม่พอ ลองดูภาพต่อไป

IMG_6767_exposure

เกิดมาก็เพิ่งจะเคยขี่ม้ากับเขานี่แหละ ส่วนจะตกม้าหรือเปล่าต้องคอยดูในสปอตนะ

ในเรื่องผังเมืองตอนนี้ก็ใกล้เสร็จเต็มที เราตั้งชื่อถนนหลักในงานว่า สุขุมวิท เพชรบุรีตัดใหม่ และ รัชฎา (คุ้นๆนะ) และแบ่งโซนในการกางเต๊นท์ออกเป็นสามโซนหลักและเรียกมันว่า ทองหล่อ เอกมัย และสีลม แต่ละโซนเราแบ่งออกเป็นซอยเพื่อให้แต่ละท่านจดจำกันได้ง่ายขึ้นว่าเต๊นท์ใครอยู่ตรงไหน ตอนนี้ทีมงานหลายคนจองพื้นที่ย่านสีลมซอยสองกันจนเต็มไปแล้ว ลองมาดูหน้าตาของผังเมืองที่คุณแจ๊ควางออกมาให้เราดูกัน

map

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน นี้เป็นต้นไป หลายๆท่านคงจะได้เริ่มเห็นชื่องานของเราในสื่อต่างๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนว่า หลังจากที่เกริ่นกันมานาน ตอนนี้ได้เวลาเอาจริงกันแล้ว ผมไม่รู้ว่าคุณๆตื่นเต้นกันหรือเปล่าแต่พวกเราในทีมเกเรทุกคนตื่นเต้นกันมาก เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็จะได้ดูผ้าขาวม้าที่ทอเสร็จแล้ว วันศุกร์จะได้ประชุมกับแจ๊คและจิโร่อีก อาทิตย์หน้าคงจะได้ดูสปอตที่ตัดต่อเสร็จแล้ว อีกหลายๆเรื่องที่ค่อยๆเรียงตัวกันออกมาให้ต้องตัดสินใจ เคยบ่นออกไปบนเฟซบุ๊คว่าช่วงนี้”เหนื่อยแต่หนุก” มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ตอนนี้เริ่มรู้สึกผิดแล้วที่คิดสโลแกนให้กับงานนี้ว่า “มัน ใหญ่ มาก” เพราะนับวันมันก็จะใหญ่และมากขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ไม่เป็นไรเพราะถึงจะเหนื่อยยังไง มันก็ยังหนุกอยู่ดี

FAQ

•ตุลาคม 6, 2009 • 11 ความเห็น

หลังจากเล่าเรื่องราวที่มาและเบื้องหลังการทำงานของงาน Big Mountain Music Festival มานานพอมควรแล้ว วันนี้ขอถือโอกาสตอบคำถามที่หลายท่านสงสัย และไปถามเอาไว้ในที่ต่างๆครับ

 

ถาม งานจัดวันไหนที่ไหนอย่างไร

ตอบ วันศุกร์และเสาร์ที่ห้าและหกกุมภาพันธ์ ที่โบนันซ่าเขาใหญ่ครับ โดยประตูจะเปิดประมาณบ่ายสามโมงของวันศุกร์เพื่อทุกท่านได้ไปเตรียมตัว เก็บข้าวของเข้าเต๊นท์หรือที่พักที่แต่ละท่านจองไว้ แล้วหกโมงเย็นวงดนตรีวงแรกก็จะขึ้นแสดงครับ การแสดงในคืนแรกจะมีไปจนถึงหกดมงเช้า หลังจากนั้นทุกท่านก็แยกย้ายเข้านอน แต่ตลาดอาหารจะเปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง พอสายๆหรือเที่ยงๆตลาดก็จะเปิดเต็มรูปแบบอีกครั้ง กิจกรรมบางอย่างที่ไม่ใช่เรื่องดนตรีก็จะเริ่มขึ้น ก่อนที่ตอนบ่ายแก่ๆประมาณสี่โมงเย็นการแสดงก็จะเริ่มขึ้นอีกครั้งไปจนถึงหกโมงเช้าของวันอาทิตย์ หลังจากนั้นก็ตามอัธยาศัยใครกลับไหวก็กลับ ใครกลับไม่ไหวก็นอนต่อ ตอนบ่ายๆก็แยกย้ายกันกลับครับ

 

ถาม ทำไมถึงเป็นศุกร์เสาร์ ไม่ใช่เสาร์อาทิตย์ล่ะครับ

ตอบ คืองานนี้ยังไงก็ต้องมีโดดงานกันแน่ครับ ถ้าจัดเสาร์อาทิตย์ วันจันทร์ก็คงไปทำงานกันไม่ไหว เราเลยเลือกจัดศุกร์เสาร์ เผื่อว่าใครติดงานจริงๆก็ตามมาตอนค่ำๆ(กรุงเทพเขาใหญ่ขับรถแค่สองชั่วโมงครับ ถ้ารถติดก็ตามมาค่ำมากหน่อยได้) แต่งานสนุกแบบนี้ใครเคลียร์งานได้ก็รีบมากันเถอะครับ จะได้สนุกกันตลอด

 

ถาม ราคาบัตรเท่าไหร่

ตอบ เรากำลังอยู่ในระหว่างตั้งราคาบัตรที่เหมาะสมครับ แต่บอกได้ก่อนว่าเป็นราคาที่ยุติธรรมคุ้มกับความสนุกที่จะได้รับกลับไป บอกได้ตอนนี้ก่อนว่า “พันกว่าๆ” ครับ โดยจะเป็นบัตรราคาเดียวเข้าได้ทั้งสองวัน ที่ไม่มีบัตรสำหรับวันเดียวก็เพราะเราออกแบบงานให้มาสนุกกันสองวันครับ โชว์ของทั้งสองวันก็ไม่ซ้ำกัน และถ้าขายบัตรแยกวัน ก็เป็นการยากที่แยกคนดูวันแรกกับวันที่สองออกจากกัน ลองนึกภาพเจ้าหน้าที่เดินไล่คนดูวันศุกร์ออกจากงานในเช้าวันอาทิตย์ดูสิครับ คงมั่วกันพิลึกและไม่ก่อให้เกิดบรรยากาศที่เป็นมิตร เราจึงเลือกที่จะตั้งราคาบัตรให้ไม่แพงจนเกินไป ถึงแม้ซื้อแล้วจะอยู่ได้แค่วันเดียวก็ยังคุ้มอยู่ดีครับ

 

ถาม มีบัตรพร้อมแพ๊กเกจที่พักไหม

ตอบ ในราคาบัตรนี้ถ้าคุณนำเต๊นท์ไปเอง เราได้จัดเตรียมพื้นที่ให้คุณกางเต๊นท์นอนกันได้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่ถ้าไม่อยากเตรียมไปเราจะจัดเตรียมเต๊นท์ไว้ให้คุณเช่านอน(หรืออาจจะขายเลย)ในราคาถูกมาก แต่สำหรับท่านที่ไม่อยากนอนเต๊นท์ เรากำลังเจรจากับบริษัททัวร์ผู้ชำนาญการด้านนี้ ที่จะจัดแพ๊คเกจพิเศษที่รวมทั้งค่าบัตร ที่พัก และรวมถึงการเดินทางด้วย เมื่อได้ข้อสรุปอย่างไร จะรีบแจ้งให้ทราบทันทีครับ

 

ถาม จะเริ่มขายบัตรเมื่อไหร่

ตอบ ภายในเดือนนี้จะเริ่มขายที่ http://www.gmmlive.com หลังจากนั้นจะเริ่มเปิดขายผ่าน ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขาตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน
ใครที่ซื้อบัตรภายในปีนี้จะได้รับผ้าขาวม้าที่เราออกแบบมาเป็นพิเศษท่านละหนึ่งผืน (ที่ต้องจำกัดเฉพาะผู้ซื้อบัตรในปีนี้เพราะผ้าขาวม้าต้องใช้เวลาผลิตอย่างน้อยหนึ่งเดือน เราจึงต้องทราบยอดก่อนล่วงหน้าครับ)

 

ถาม มีการจำกัดจำนวนบัตรหรือไม่

ตอบ จำกัดอยู๋ที่สามหมื่นใบ หมดแล้วหมดเลยครับ

 

ถาม จะมีการจำกัดอายุผู้ร่วมงานหรือไม่

ตอบ ไม่มีการจำกัดอายุผู้เข้าร่วมงานครับ บรรยากาศโดยรวมของงานไม่ได้เป็นพิษภัยต่อคนวัยใด แต่เรามีระบบการแบ่งอายุผู้คนในงานด้วยสายรัดข้อมือชนิดพิเศษที่ออกแบบเพื่องานเฟสติวัลใหญ่ๆโดยเฉพาะ เพื่อตรวจสอบว่าผู้ที่จะซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานมีอายุถึงระดับที่ซื้อได้หรือไม่

 

ถาม จัดงานในป่าเป็นการรบกวนสัตว์ป่าและทำร้ายธรรมชาติหรือไม่

ตอบ เราเชื่อว่าจัดงานที่ไหนก็ทำร้ายธรรมชาติได้ถ้าจัดการไม่ดี พื้นที่ที่เราใช้จัดงานเป็นพื้นที่ที่อยู่ตีนเขา เป็นที่อยู๋อัยของผู้คนและพื้นที่ที่ใช้ในการเพาะปลูก เขตรักษาพันธุ์ยังต้องขับขึ้นเขาไปอีกไกล เราจะพยายามอย่างเต็มที่ในการวางแผนรับมือกับเรื่องของขยะ และความเป็นสะอาดทั่วบริเวณงาน

 

ถาม ห้องน้ำจะมีเพียงพอหรือไม่

ตอบ ที่โบนันซ่ามีห้องน้ำถาวรอยู๋แล้วประมาณสองร้อยห้อง และจะมีการจัดสร้างเพิ่มเติมอีกเกือบสองร้อยห้องเพื่องานนี้และงานต่อๆไปที่นี่ นอกจากนี้เราก็จะจัดห้องน้ำชั่วคราวเพิ่มเติมให้ทั่วถึง รวมถึงระบบดูแลรักษาความสะอาดให้ทุกท่านได้มั่นใจ

 

ถาม งานนี้จะมีแต่ศิลปินจากแกรมมี่ใช่ไหม

ตอบ ไม่ใช่ ถึงแม้บริษัท”เกเร”จะเป็นหน่วยงานในสังกัดของแกรมมี่ แต่นี่ไม่ใช่งานที่จัดขึ้นเพื่อโปรโมทศิลปินในค่ายแต่ประการใด เนื่องจากอยู๋ในระหว่างเซ็นต์สัญญากับศิลปินที่จะมาร่วมงานโดยมารยาทแล้วจึงยังไม่สามารถนำชื่อของศิลปินมาใช้ในการโปรโมทได้ แต่บอกได้ตอนนี้ก่อนว่า งานนี้จะเป็นการรวมตัวกันของศิลปินหลากแนวจากหลายค่าย ทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ รุ่นใหญ่รุ่นเล็ก วงไหนที่คุณคิดว่าควรจะมาคุณได้เห็นในงานนี้แน่แน่

 

 

วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะครับ ถ้ามีอะไรสงสัยก็เข้ามาถามเพิ่มเติมกันได้ที่บล๊อกผมนี่แหละครับ และเร็วๆนี้เว็บไซท์อย่างเป็นทางการของเราก็จะเปิดทำการ เพื่อให้เป็นศูนย์รวมข่าวสารทุกอย่างให้ครบถ้วนครับ ก่อนจากกันก็มีเรื่องจะอัพเดทอีกเล็กน้อย เรื่องก็คือคุณอ้นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์หน้าหยกของเราออกแบบร่างแรกของโปสเตอร์ตัวหลักของงานเรามาแล้วครับ แต่ยังเป็นลายเส้นคร่าว ยังไม่ได้ลงสีหรือรายละเอียดอีกมากมาย แต่ผมแอบบเอามาให้ทุกท่านได้ดูกันก่อน หน้าตาเป็นอย่างนี้ครับ

proportion 

 

 

ที่ทำเป็นการ์ตูนก็เพราะเห็นว่ามันเข้ากับบรรยากาศโดยรวมของงานเราได้ดี ดูแล้วก็น่าจะอารมณ์ดีไปด้วยนะครับ
และตอนนี้พวกเราคืบหน้าเข้าสู่ช่วงการทำโปรดักชั่นกันแล้ว แบบเวทีและส่วนต่างๆของงานเริ่มเข้าสู่กระบวนการการลงรายละเอียดที่แท้จริง มีอะไรเล่าได้ผมจะเอามาเล่าที่นี่อีกนะครับ

 

อย่าลืมสมัครเป็นแฟนของเราในเฟซบุ๊คเพื่อรับรู้ข่าวคราวทันเหตุการณ์ก่อนใคร คลิกได้ที่นี่เลยครับ

ผับเดียวไม่พอ พี่ขอสาม

•กันยายน 28, 2009 • 7 ความเห็น

ในมิวสิคเฟสติวัลการแสดงแบบยาวเหยียดจากเย็นไปจรดเช้าบางครั้งก็สร้างปัญหาให้กับการแสดง ผู้ชมบางส่วนหมดแรงหรือไม่ก็หลับกันเป็นหย่อมๆ ศิลปินบางคนก็ต้องขึ้นแสดงในช่วงที่เลยจุดพีคของอารมณ์ร่วมจากผู้ชม แถมบรรยากาสตอนตีสามตีสี่ที่คนดูหลับครึ่งนึงตื่นครึ่งนึงก็ไม่ใช่บรรยากาสในฝันของศิลปินที่ไหน ในBig Mountain Music Festival จึงคิดจะแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยการจัดตารางการแสดงของแต่ละเวทีไม่เท่ากัน เวทีหลักสองเวทีเปิดการแสดงตั้งแต่เย็นๆไปจนถึงตีสอง เพื่อเปิดโอกาสให้ใครที่ง่วงนอนกลับไปพักผ่อนก่อนจะมาลุยกันใหม่ในวันต่อไป ถ้าใครยังไม่ง่วงก็ไปต่อกันได้ที่เวทีเต้นรำที่จะเริมเปิดทำการตั้งแต่ตีสองไปจนถึงหกโมงเช้า แต่ถ้าไม่ง่วงและไม่อยากเต้นรำเราก็มีเวทีเล็กอีกสามเวทีที่มีคอนเส็ปท์โชว์ในแต่ละวันแตกต่างกันไป บางวันเป็นร๊อค บางวันเป็นแจ๊ส เพื่อให้ทุกท่านได้เลือกชมได้ตามรสนิยมของแต่ละคน เวทีเล็กนี้จะมีอยู่สามเวที ความจุประมาณสองสามร้อยคน ที่ให้มีขนาดเล็กก็เพื่อให้บรรยากาสแตกต่างจากเวทีใหญ่ที่เพิ่งจบไป และเพื่อให้ระบบเสียงไม่รบกวนซึ่งกันและกันเอง เวทีเล็กทั้งสามนี้เราขอเรียกว่า”ผับ”เพื่อให้เหมือนบรรยากาศการเที่ยวกลางคืนในเมือง ที่เมื่อร้านนี้ปิดเราก็จะไปหาร้านอื่นที่ยังเปิดอยู่เพื่อสนุกกันต่อ ผับทั้งสามแห่งนี้จิโร่และแจ๊คออกแบบให้แตกต่างกันออกไปเพื่อรองรับดนตรีรูปแบบต่างๆได้อย่างทั่วถึง ผมว่านี่น่าจะเป็นความสนุกแบบใหม่ของมิวสิคเฟสติวัลในบ้านเรา วันนี้เรามาทำความรู้จักกับผับทั้งสามกัน

ผับที่หนึ่งออกแบบมาสำหรับดนตรีแบบแบนด์ที่ต้องการพื้นที่การแสดงเยอะหน่อย เราอยากให้เป็นผับกลางแจ้งเพื่อทุกคนจะได้สำผัสธรรมชาติรอบตัวได้อย่างเต็มที่ อีกแรงบันดาลใจหนึ่งก็คือความฝนตอนเด็กๆที่เกือบจะทุกคนอยากจะมีบ้านต้นไม้ แต่พ่อไม่มีตังค์ทำให้ หรือไม่ก็ไม่มีต้นไม้ใหญ่พอจะทำได้ เราก็เลยเอาความฝันนั้นมาใส่ในผับนี้แทน หน้าตาจึงออกมาอย่างนี้

 

Picture1Picture4

Picture2Picture3

 

ตัวเวทีคือพื้นที่สีเหลี่ยมด้านหน้า ผู้ชมเลือกได้ว่าจะขึ้นไปนั่งดูข้างบนหรือนั่งดูรอบๆข้างล่าง ที่นั่งเราเลือกใช้ฟางอัดแท่งที่ทั้งนุ่มนั่งสบายและให้สัมผัสของธรรมชาติได้อย่างดี ในช่วงที่ไม่มีการแสดงที่นี่ก็จะเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจนั่งพูดคุยสังสรรค์กันได้คามอัธยาศัย น่าจะเป็นจุดยอดนิยมของผ็คนงานอีกจุดหนึ่ง

 

ผับต่อมาเราอยากได้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยุ่ในบ้าน เหมาะสำหรับดนตรีเบาๆชิลชิล หน้าตาจึงออกมาเป็นแบบนี้

 

Picture8Picture11

Picture10Picture9

 

ถึงแม้จะเป็นผับชิลชิลแต่ก็ยังมีความกวนบวกเข้าไป จะสังเกตได้ว่าในผับมีจรเข้อยู่ด้วยเพื่อให้เข้ากับข่าวจรเข้ที่เขาใหญ่ ผับนี้อาจจะดูมีขนาดเล็ก เราจึงจะตัดผนังโดยรอบออกไป เพื่อให้ผู้คนที่เข้ามาแย่งที่นั่งข้างในไม่ทันสามารถนั่งดูกันด้านนอกขยายวงออกไปได้เรื่อยๆ

 

ผับที่สามนี่ฮาที่สุดเป็นผับสำหรับเพลงแนวตี๊ดๆ ที่ถึงแม้จะเป็เพลงแนวทันสมัยแต่แรงบันดาลใจกลับมาจากของไทยๆที่เราคุ้นตา

 

Picture5

 

ตลอดระยะการทำงานกับทีมออกแบบสิ่งหนึ่งที่เราพูดถึงกันอยู๋เสมอคือความเป็นไทย แต่เราไม่ได้หมายถึงลายไทย หรือโขน ลิเก เราหมายถึงกระบวนการคิดแบบไทยๆที่ทำให้เรามี รถบัสลายดราก้อนบอลหรือเซลเลอร์มูนวิ่งเต็มถนน การใช้หลอดฟรูโอเรสเซ่นมาประดับประดาบนเวทีงานวัด หรือแขวนตามต้นไม้เป็นรูปต่างๆ คววามเป็นไทยแบบนี้แหละที่เราชอบ รถอีแต๋นก็เป็นตัวอย่างที่ดีอีกอย่างของความเป็นไทย ดูไม่เรียบร้อยไม่รัดกุมไม่ปลอดภัย แต่ก็โอเค ใช้งานได้ ราคาถูก แถมสีสันลวดลายก็ทันสมัยแบบไทยสุดๆ เมื่อผมบอกทีมไปว่าอยากได้ซักเวทีนึงอยู่บนรถอะไรซักอย่าง จิโร่จึงกลับมาพร้อมกับเวทีที่ชื่อว่า E-Tan Ultimatum

 

Picture6Picture7

 

นอกจากจะใช้โครงสร้างหลักเป็นรถอีแต๋นแล้ว องค์ประกอบอื่นๆอย่างร่ม ลำโพงงานวัด และสีสันจัดจ้านก็แสดงความเป็นไทยออกมาได้อย่างน่ารัก เวทีนี้เหมาะกับดนตรีตื๊ดๆเครื่องไม่เยอะแต่ความสนุกเยอะ จิโร่ฝันว่ารถควรจะวิ่งไปมาได้ด้วย ก็ได้แต่หวังว่าฝันเขาจะเป็นจริง

 

มาถึงตรงนี้ผมได้เล่าเรื่องเวทีต่างๆไปจนครบแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดความสนุกในงานอีกเยอะที่จะค่อยๆทยอยเล่ากันไป บางข้อมูลอาจจะยังเปิดเผยไม่ได้ บางข้อมู,ก็ต้องรอสรุปให้ลงตัวอีกนิด แต่ผมก็จะมาเล่าเรื่องอัพเดทต่างๆทุกอาทิตย์ ในสัปดาห์หน้าจะเริ่มด้วยการตอบคำถามมากมายที่หลยถามมาทั้งที่บล๊อกนี้  ที่เฟซบุ๊ค และตามกระทู้ต่างๆที่มีผู้ไปตั้งเอาไว้ ถ้ามีข้อสงสัยอะไรก็ฝากคำถามไว้ที่นี่ตอนนี้เลยก็ได้ แต่ที่ย้ำกันตรงนี้อีกทีก็คือ งานจะเกิดขึ้นในวันศุกร์และเสาร์ที่ 5-6 กุมภาพันธ์ปีหน้า ที่โบนันซ่าเขาใหญ่ และตอนนี้เราได้สโลแกนของงานนี้แล้วว่า

 

poster1poster2poster3

 

เพราะเราเชื่อว่างานเรามัน งานเราใหญ่ และงานเรามีอะไรมากกว่าแค่การดูดนตรี หวังว่าเราจะไปสนุกด้วยกันอย่างใหญ่มากต้นปีหน้านะครับ สัปดาห์หน้าจะกลับมาใหม่ครับ

 

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของงานนี้อย่างทันอกทันใจก่อนใครด้วยการสมัครเป็นแฟนของเราที่เฟซบุ๊ค คลิกที่นี่

 

หมายเหตุ               ภาพทั้งหมดเป็นไอเดียเบื้องต้นอาจมีการปรับเปลี่ยนแบบที่แท้จริงตามความเหมาะสม

Introducing Mr. Steak

•กันยายน 23, 2009 • 7 ความเห็น

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาทีมงานเกเรได้มีโอกาสไปสำรวจพื้นที่ที่โบนันซ่าเขาใหญ่อีกครั้ง เพื่อวัดที่กันอย่างซีเรียสจะได้รู้ว่าไอ้ที่เราคิดไว้ทั้งหลายนั้นมันจะยัดลงไปในพื้นที่ได้อย่างลงตัวจริงๆ แถมคราวนี้เรายังได้ค้นพบพื้นที่ขนาดใหญ่มากที่จะใช้เป็นที่จอดรถได้อย่างสะดวกสบาย (ใหญ่มากจริงๆครับ น่าจะเกิน70ไร่ขึ้นไป) เป็นอันว่าหมดห่วงเรื่องที่จอดรถ แถมครั้งนี้เราได้ไปยืนในพื้นที่ขณะที่มีการจัดงานคอนเสิร์ตจริงๆด้วย ทำให้เราได้ความรู้ใหม่พร้อมทั้งไอเดียใหม่ๆอีกมากที่จะทำให้งานของเราสะนุกขึ้นอีกเยอะ พอกลับมาถึงกรุงเทพก็ตั้งใจจะมาเล่าเรื่องของเราต่อแต่ก็ต้องมาช่วยลูกสาวทำการบ้านชิ้นใหญ่ (ซึ่งสนุกมาก) จนกว่าจะได้มาเล่ากันต่ออีกทีก็เป็นวันนี้แหละ และก็ตามที่สัญญาไว้ เวทีต่อไปนี้คือเวทีที่คุณจะต้องร้อง More

ก่อนอื่น มาดูแผนที่กันอีกครั้ง

map 2

 

จากผังใหญ่ที่เห็น เรากำลังจะพูดถึง Mountain Stage เวทีสำหรับดนตรีแบบชิลชิลไปจนถึงสนุกสนานแบบเร๊กเก้สกา ตั้งแต่ ลุลา ยัน ดูบาดู อีทีซี ยัน เท๊ดดี้สกา แคลอรี่ส์บลาห์บลาห์ ยัน ทีโบน ที่ตั้งของเวทีนี้สวยงามมาก ด้านหน้าติดสนามหญ้าเขียวขจีขนาดใหญ่ประมาณหนึ่งสนามฟุตบอล ด้านหลังมีภูเขาเป็นฉากหลัง นับว่าถูกหลักฮวงจุ้ยเป็นยิ่งนัก ไอเดียแรกของเราคือเวทีโปร่งๆที่เห็นภูเขาด้านหลังได้อย่างชัดเจน

 

Picture1

 

ภาพร่างแรกของจิโร่เป็นภาพเวทีที่มีลักษณะเป็นเนินเขาป่องตรงกลางและลาดลงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง บนเวทีไม่มีอะไรเลยนอกจากกองฟาง และแท่งฟาง(ที่เราเคยใช้แทนเก้าอี้ตอนนั่งเบรนสตอร์มกันครั้งแรกที่นี่)

 

Picture19oPicture1o

 

หน้าตาดีมาก เรียบง่าย เห็นภูเขาด้านหลังชัด แถมฟางก็ยังให้ความรู้สึกของมิวสิคเฟสต่างจังหวัดได้ดี แต่…. มันเรียบไป กับดนตรีชิลชิลก็คงไปกันได้ แต่กับดนตรีสนุกๆช่วงดึก เวทีเราน่าจะมีอะไรที่สนุกไปด้วยได้ เอาใหม่…

 

แจ๊คกลับมาพร้อมกับไอเดียใหม่ โอเค เวทีหลักๆยังคงเรียบง่ายเหมือนเดิม แต่เขาอยากจะเพิ่มวัตถุอะไรบางอย่างที่ทำให้ภาพรวมดูสนุกขึ้น และแน่นอนมันจะกลายเป็นภาพจำอีกภาพของงานเรา มันควรจะเป็นเวทีที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุด ถูกนำไปโพสต์ในบล๊อกมากทีสุด แจ๊คและจิโร่จึงมีความยินดีที่จะแนะนำให้คุณได้รู้จัก มิสเตอร์สเต๊ก!!!!

 

Picture2

 

มิสเตอร์สเต๊กคือหุ่นยนต์วัวตัวใหญ่ หน้าตาเป็นมิตร ใจดี ยินดีที่จะเป็นเพื่อนกับทุกคน คุณสเต๊กตัวนี้จะยืนจังก้าอยู่กลางเวที เป็นเกียรติเป็นศรีแก่ทุกศิลปินบนนั้น และเขาไม่ได้ยืนเฉยๆ ด้วยกลไกง่ายๆแบบไทยประดิษฐ์ คุณสเต๊กของเราสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง เช่น

 

Picture3Picture5Picture6

Picture7Picture8Picture9

 

กลอกตาไปมา ส่ายหัว พ่นควัน(เมือนตอนวัวโกรธ) แลบลิ้นสั้นหรือยาวๆ(ทำหน้าที่เป็นบันไดให้ศิลปินปีนขึ้นไปเดินเล่น และกว่าจะถึงวันงานมันคงทำอะไรได้อีกหลายอย่าง ใครมีไอเดียอะไรก็แนะนำเพิ่มเติมกันได้นะครับ เมื่อได้คุณสเต๊กมาประดับเวที ทุกอย่างก็ดูลงตัว หน้าตาของเวทีแบบเต็มๆก็จะเป็นอย่างนี้

 

Picture16

 

ฉากหลังที่เป็นภูเขาเราก็สามารถเล่นสนุกกับการโปรเจ็คภาพ(แบบง่ายๆ)ขึ้นไปได้ด้วย เวทีนี้น่าจะเหมาะกับผู้ที่อยากนั่งสบายๆ จิบเครื่องดื่มเบาๆ หรือจะนอนเหยียดแข้งเหยียดขาผ่อนคลายไปกับเสียงดนตรี(ถ้ามีที่เหลือให้เหยียด)

 

เป็นอันว่าตอนนี้เราก็ได้รู้จักเวทีหลักทั้งสามเวทีของเราแล้ว แต่อย่างที่เคยเล่าให้ฟังว่านอกจากเวทีหลักทั้งสามแล้วเรายังมีเวทีเล็กที่เราเรียกว่าผับอีกสามเวที ที่จะเปิดบริการหลังเวทีหลักจบการแสดง แต่ละผับก็จะตกแต่งแตกต่างกันออกไป ซึ่งคงต้องใช้เวลาในการแนะนำไม่น้อย จึงขอติดไว้ก่อน ในวันนี้ผมจะเล่าอีกเรื่องนึงซึ่งสนุกไม่แพ้กันให้ทุกท่านได้ฟัง นั่นก็คือการเข้ามามีส่วร่วมของบรรดาสปอนเซอร์ที่น่ารักของเราทั้งหลาย ที่นอกจากจะเป็นผู้สนับสนุนให้ทีมงานของเราได้ฟุ้งได้คิดกันอย่างเต็มที่ ก็ยังจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความหลากหลายในงานของเราอีกด้วย วันนี้จะแนะนำกิจกรรมพิเศษที่เราร่วมคิดกับสปอนเซอร์ซักหนึ่งกิจกรรมเป็นการเรียกน้ำย่อย ก่อนที่จะเล่าถึงกิจกรรมอื่นๆกับสปอนเซอร์เจ้าอื่นๆให้ฟังในวันต่อๆไป กิจกรรมแรกเป็นของพรีเซ้นติ้งสปอนเซอร์ของเรานั่นก็คือ OVI NOKIA

 

การใช้ชีวิตอยู๋ในมิวสิคเฟสขนาดใหญยักษ์อย่างนี้ต้องใช้พลังงานเยอะมาก ทั้งเดินทั้งเต้นย้ายที่ย้ายเวทีไปมา ร่างการย่อมหมดเรี่ยวแรงเช่นเดียวกับอีกสิ่งหนึ่งที่จะหมดไปด้วยก็คือแบตมือถือ จะหาปลั๊กชาร์ตแบตก็ไม่ง่ายเหมือนอยู่ที่บ้าน มันคงดีไม่น้อยถ้าเราจะชาร์ตพลังงานของเราไปพร้อมๆกับพลังงานของมือถือ Big Mountain Music Festival ภูมิใจเสนอ Recharging Unit ที่จะมาตอบทุกคำถามเหล่านี้ได้

 

Picture17Picture18

 

Recharging Unit คือการผสมผสานกันระหว่างสปาสำหรับมนุษย์และสปาสำหรับมือถือ เก้าอี้นั่งสบายออกแบบมาสำหรับการพักผ่อนไปกับการนวดคอร์ส์สั้นๆ (ประมาณไม่เกิน20นาที) จะนวดขานวดไหล่นวดหลังคุณเลือกได้ และในขณะเดียวกันที่ข้างๆเก้าอี้ของคุณเราได้จัดเตรียมเก้าอี้นวดเล็กสำหรับมือถือของคุณได้พักผ่อนเติมพลังด้วยสายชาร์จที่เรามีไว้ให้บริการ เมื่อได้เติมพลังพร้อมออกไปลุยคอนเสิร์ตต่อ โทรศัพท์ของคุณก็พร้อมลุยงานต่อเช่นเดียวกัน อย่างนี้นี่เองที่เขาเรียกกันว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ช้าก่อน จริงๆแล้วได้ถึงสาม

 

Picture19Picture20

 

เพราะที่ตั้งของสปาแห่งนี้อยู๋ในจุดที่ดี่สุดของงาน ยกระดับจากพื้นมาพอสมควร นั่นหมายความว่าขณะที่คุณเติมพลังงานอยู๋นั้นคุณก็จะได้เพลิดเพลินไปกับการแสดงจากเวทีภูเขาของเราไปด้วย ใครไม่เชื่อว่าสวรรค์มีจริงก็จะได้พิสูจน์ด้วยตัวเองก็คราวนี้แหละ เฮ้อ…แค่คิดก็สุขแล้ว

 

นั่นเป็นเพียงแค่ตัวอย่างของการเข้ามีส่วนร่วมกับงานของปรรดาสปอนเซอร์ของเรา ซึ่งจะร่วมกันทำให้ทุกพื้นที่ใน Big Mountain Music Festival เต็มไปด้วยความสุขสนุกสนาน ติดตามเรื่องราวความสนุกเหล่านี้ได้ในคราวต่อไป แต่ที่สำคัญล๊อคคิวคุณ นัดหมายเพื่อนๆกันไว้ให้ดี วันที่ 5-6 กุมภาพันธ์ 2010 เรามีนัดกันที่เขาใหญ่นะครับ

 

ในตอนต่อไปผมจะมาเล่าเรื่องผับทั้งสามในงานของเรา ซึ่งแต่ละผับทั้งคุณแจ๊คและจิโร่ต่างใส่ไอเดียกันแบบไม่ยั้ง คิดดูแล้วกันว่ารถอีแต๋นพวกเขายังเอาทำเป็นผับได้ สัปดาห์หน้าจะมาเล่าต่อครับ

 

หมายเหตุ               ภาพทุกภาพเป็นไอเดียเริ่มต้น อาจมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

 

คุณสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของงานใหญ่ครั้งนี้ด้วยการสมัครเป็นแฟนของ Big Mountain Music Festival ผ่านทางลิ้งค์นี้ Big Mountain Music festival ครับ