Jack and Jiro

ผมรู้จักแจ๊คครั้งแรกในงานแฟตเฟสครั้งที่สามที่สวนสยามโดยวิทย์ พิมกาญจนพงษ์เป็นผู้แนะนำ ตอนนั้นเราอยากปรับปรุงให้เวทีของงานแฟตดูสนุกขึ้นให้สมกับที่เราไปจัดงานในสวนสนุกระดับคลาสสิคอย่างนั้น ที่เวทีใหญ่แจ๊คใช้ผ้ายืดสีขาวขึงเต็มพื้นที่ด้านหลังเวที แล้วใช้ท่อเหล็กติดหลอดไฟที่ปลายด้านหนึ่งจิ้มตามจุดต่างๆของผ้าให้นูนขึ้นมาเป็นรูปทรงประหลาด เมื่อจัดแสงบนเวทีสาดไปที่ผ้าผืนนั้นจึงเกิดเป็นมิติสวยงาม ดูแพงทั้งที่ลงทุนน้อยมาก ที่เวทีเล็กด้านนอกเขาใช้ผ้าที่เป็นขนขนแบบที่ใช้หุ้มหมอนอิงบนโซฟาหรือตุ๊กตาราคาถูกตามสำเพ็งขึงเต็มพื้นที่ด้านหลังเช่นเดียวกัน แค่นั้นจบเลย ได้เวทีสวยงามโดยที่แทบไม่ต้องทำอะไรเลย ที่เวทีเล็กสุดสำหรับมือสมัครเล่นแจ๊คเอาสแลน(วัสดุราคาถูกสีเขียวๆที่เรามักเห็นเขาใช้ขึงตามไซท์ก่อสร้าง)มาห่อรอบนั่งร้านเป็นแท่งๆ แต่เขาเลือกใช้สีส้มมันจึงมองเป็นเวทีสวยงามแปลกตาและแน่นอนราคาถูกมาก ผมติดใจวิธีคิดแบบแจ๊คแจ๊คจึงชวนมาร่วมงานอีกครั้งในงานแฟตไลฟ์พาราด๊อกซ์ที่อินดอร์สเตเดี้ยม ตอนนั้นมีปัญหาว่าเรามีเวลาเซ็ทอัพเวทีน้อยมากไม่สามารถขึ้นโครงสร้างมาตรฐานแบบเวทีคอนเสิร์ตทั่วไปได้ทัน แจ๊คเดินมาพร้อมไอเดียป้าอ้วน ตุ๊กตาเป่าลมขนาดยักษ์(สูงชนเพดานอินดอร์สเตเดี้ยม) ใช้พัดลมระบายอากาศที่เราเห็นตามร้านราดหน้าเป่าลมเข้าไปโดยใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง เมื่อบวกกับงานภาพที่โปรเจ็คท์ลงไปโดยฝีมือทีมด็กยูนิทของวิชย์เราก็ได้ฉากคอนเสิร์ตที่ตื่นตาตื่นใจไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน หลังจากนั้นผมก็ได้ร่วมงานกับแจ๊คบ่อยๆ เรียกว่าทุกครั้งที่ต้องการของแปลกในงบประมาณจำกัดชื่อแจ๊คจะเป็นชื่อแรกที่ผมคิดถึงเสมอ

ผมได้ยินชื่อจิโร่ครั้งแรกจากป๊อดเมื่อเขาไปทำหน้าที่ไลท์ติ้งดีไซน์เนอร์ในงานคอนเสิร์ตของโมเดิร์นด๊อกที่หอประชุมเล็กธรรมศาสตร์ เขาใช้หลอดไฟที่ควรจะนำมาแต่งบ้านมาตกแต่งเวทีคอนเสิรต์อย่างมหัศจรรย์ เจอตัวจริงครั้งแรกในงานแฟตเฟสที่สวนสยามเมื่อเขาถือไฟฉายรูปร่างประหลาดขึ้นไปเต้นบนเวทีในโชว์ของฟูตอง และได้ร่วมงานครั้งแรกตอนทำแฟตฮันเดรดออลสตาร์ที่ธันเดอร์โดมโดยเขารับหน้าที่ไลท์ติ้งดีไซน์เนอร์เช่นเคย เขาไปซื้อหลอดไฟLEDราคาถูกมาจากบ้านหม้อมาต่อเป็นวงจรในแบบของเขาเองประดับทั่วเวทีโดยไม่ใช้ไฟดวงใหญ่ๆแบบที่เราเห็นตามเวทีคอนเสิร์ตทั่วไปแม้แต่ดวงเดียว ผลที่ได้คือเวทีคอนเสิร์ตหน้าตาเหมือนเต้าหู้แท่งยาวๆที่มีแสงสีสวยงามเกินจินตนาการ หลังจากนั้นก็ได้ร่วมงานหรือเห็นผลงานอันน่าทึ่งของเขาอีกบ่อยๆในคอนเสิร์ตหรือปาร์ตี้ต่างๆ คุณเองก็อาจจะเคยเจอเขาถ้าได้มีโอกาสโผล่ศีรษะเข้าไปในโอเวอร์เฮดไนท์คลับที่แฟตเฟส เขาคือชายหน้าตาเนิร์ดที่แกว่งไฟไปมาบนเวทีในนั้นแหละ งานที่แสดงความบ้าของเขามากที่สุดในกรุงเทพก็ไม่พ้นตอนที่เขาไปหาซื้อหลอดไฟคริสต์มาสแบบที่ขายเป็นกล่องๆเอาไว้ตกแต่งที่บ้านกันเองมาประดับที่ตึกคิงพาวเวอร์ซอยรางน้ำเมื่อปีใหม่สองปีก่อน ถึงแม้จะเป็นหลอดไฟราคาถูกที่หาได้ทั่วๆไปแต่เมื่อบวกไอเดียของชายญี่ปุ่นที่มีบ้าน(ย้ำว่าบ้านนะครับไม่ใช่คอนโด)อยู่ในย่านไฮโซที่สุดในโตเกียว ตึกคิงพาวเวอร์ก็กลายเป็นงานศิลปะชั้นสูงที่ดูไฮเทคและสวยงามสุดๆ

เมื่อผมคิดการใหญ่ระดับเทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยชื่อแรกที่ผมนึกถึงก็คือสองคนนี้ ผมโทรไปนัดทั้งคู่มาทานข้าวด้วยกันที่ร้านเกรย์ฮาวน์ปากซอยอารีย์เพื่อเล่าให้ฟังถึงไอเดียที่ผมมีอยู่ ผมบอกไปว่าอยากชวนทั้งคู่มาสร้างเมืองไม่ใช่มาทำเวทีคอนเสิร์ต ผมอยากให้คนที่เดินเข้าไปในงานแล้วรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในอีกโลกนึงที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานตื่นตาตื่นใจ มองไปทางไหนก็มีแต่เรื่องประหลาดที่ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน แต่ละพื้นที่แต่ละส่วนของงานมีลักษณะเฉพาะต่างกันไปเหมือนย่านต่างๆของเมืองใหญ่ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวไม่ซ้ำกัน และที่สำคัญที่สุดมันต้องได้รับการวางผังอย่างชาญฉลาดไม่มั่วไม่เละเทะเพื่อรองรับคนจำนวนมากที่จะมาใช้ชีวิตด้วยกันสองวันสองคืน คนจำนวนมากที่ว่าผมฝันไปไกลถึงหลักแสน แต่เราจะเริ่มต้นกันที่ประมาณสองถึงสามหมื่นคนกันก่อนเพื่อให้เรามั่นใจว่าเราดูแลทุกคนให้มีความสุขได้ทุกด้านแล้วค่อยๆขยายอาณาเขตออกไปในแต่ละปีเพื่อเติบโตเป็นเทศกาลดนตรีระดับโลกในอนาคต ผมบอกเขาว่าผมไม่รีบ ผมจะจัดงานนี้ทุกๆปีและจะให้มันค่อยๆโตขึ้นไปด้วยกันกับวัฒนธรรมการไปสนุกในเทศกาลดนตรีของคนไทย เมื่อถึงวันหนึ่งอาจจะเป็นห้าปี สิบปี เราอาจจะมีงานที่คนสองแสนคนอยู่ร่วมกันอย่างสนุกสนานแบบที่เห็นที่แกลสตั้นเบอรี่ก็ได้ วันนั้นไม่มีใครตั้งใจกินอะไรกันเลยเพราะต่างคนก็ต่างสนุกกับไอเดียต่างๆที่ลอยไปมาบนโต๊ะ จิโร่เอาภาพงานต่างๆที่เขามส่วนร่วมที่ญี่ปุ่นมาเปิดให้ดูว่าเราจะทำอะไรกันได้บ้าง ไอเดียของจิโร่จะฟุ้งไปไกลเป็นพิเศษในขณะที่แจ๊คจะคิดแบบที่สมเหตุสมผลมากกว่าแต่เมื่อมารวมกันเราก็จะได้งานที่พบกันตรงกลางระหว่างความบ้าแบบจิโร่ และความเรียบร้อยมีหลักการของแจ๊ค เราตกลงกันว่าถ้าฟุ้งกันอยู่บนโต๊ะอาหารอย่างนี้ต่อไปสามคืนก็คงไม่จบ และไม่รู้ว่าไอเดียไหนทำได้จริงแค่ไหน เราไปต้องไปที่สถานที่จริง ไปนั่งซึมซับบรรยากาศที่แท้จริงเพื่อจะได้คิดสิ่งที่ควรจะอยู่ตรงนั้นได้จริงๆ จิโร่บอกว่า เนื่องจากงานนี้เป็นงานสองวันสองคืนแปลว่าเราต้องไปอยู่ที่นั่นอย่างน้อบยี่สิบสี่ชั่วโมง ไปเพื่อสังเกตว่าในแต่ละช่วงเวลาบรรยากาศที่นั่นเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง พระอาทิตย์ขึ้นทางไหนตกทางไหน ลมพัดไปมาอย่างไร ทุกอย่างล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราตัดสินใจได้ว่าจะเอาอะไรไปวางตรงไหนอย่างไร

เราสามคนนัดหมายกันเพื่อไปนอนค้างที่ไร่โบนันซ่าในจุดที่เราจะจัดงานเพื่อคิดงานนี้อย่างละเอียด ทุกคนมีความสุขที่จะได้ร่วมงานกันอีกครั้ง ทั้งที่สั่งเช็คบิลแล้วแต่ดูหน้าแต่ละคนเหมือนยังมีเรื่องอยากคุยต่ออีกมากมาย แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา เราจ่ายตังค์ค่าอาหาร ลุกออกจากโต๊ะ อิดออดโลเลเชื่องช้ามองหน้ากันไปมา …และในที่สุดปนั่งคุยกันต่อที่ร้านไอเบอรี่ที่อยู่ข้างๆ แค่นัดแรกก็เป็นอย่างนี้แล้ว นัดต่อไปที่เขาใหญ่ไม่อยากคิดเลยว่าจะยาวแค่ไหน โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึก

~ โดย pated บน สิงหาคม 31, 2009.

17 Responses to “Jack and Jiro”

  1. ไอเดียบรรเจิด น่าสนุกมากๆๆค่ะ ยิ่งอ่านยิ่งอยากให้ถึงวันงานเร็วๆ ^^

  2. แึ่ค่ออกแบบงานอย่างเดียวก็น่าสนุกแล้วววว

  3. ติดตามความฝันของคุณ

  4. ไม่ค่อยได้ฟังแฟต
    ไม่เคยไปงานเฟส
    แต่รู้จัก เห็นข่าว และผลงานของป๋าบ่อยๆ

    งานนี้ผมจะไม่พลาดครับ

  5. ป่าเต็ดครับ
    ผมอยากนั่งชิงช้าสวรรค์
    ไม่รู้โบนันซ่าเคยมีชิงช้าสวรรค์ไหม
    ถ้ามีคงน่าสนุกนะครับ ^ ^

    เคยไปพักที่โบนันซ่ามาแล้วครับ
    เคยไปปั่นจักรยานรอบบริเวณเขามาแล้วด้วยครับ
    เล่นเอาเกือบตาย…..

    ถ้าป๋าจัดงานในหน้าหนาว บรรยากาศที่นั่นน่าจะดีมาก
    จะรอวันที่ป๋าเต็ดประกาศวันที่จัดงานนะครับ
    จะพยายามเคลียภาระของตัวเองใน 2 วันนั้น ๆ ครับ

    • ถึงโบนันซ่าไม่มี วันงานเราก็จะทำให้มีครับ
      ตามแบบที่วางไว้ชิงช้าสวรรค์จะอยู๋ในจุดที่เฮมากมากครับ

  6. ยังยืนยันอยากไปขายของเอามันเหมือนเดิมครับ ^ ^

  7. มีม้าหมุนด้วยได้ไม๊คะ .. ^^
    อยากเป็นเจ้าหญิงในคืนวันที่มีงานคะ
    จะหนีไปเฮ สองวันสองคืนเลยคะ

  8. เข้ามาอ่านการบ้าน ป๋า 55 ป๋าต้องส่งการบ้านบ่อยๆนะครับ ใครๆก็รออ่าน

  9. อ้อๆๆ แล้วถ้า…ไปค้างที่โน่นแล้วได้ idea ตกแต่ง อะไร นอกจากป๋า จะต้องส่ง การบ้าน มาให้เราอ่าน เห้นทีต้องส่งรูปปลากรอบ ด้วยนะครับ 55555

  10. แค่อ่าน ก็อยากไปแล้ว

  11. ฟุ้งกันเยอะๆครับ
    จะได้สร้างบรรยากาศที่ทุกคนมีความสุขร่วมกัน
    ออกมาได้อย่างลงตัวที่สุด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: