Who watches the Watchmen?

watchmen-minutemenjpg

หลังจากรอคอยมานานแสนนานในที่สุดเมื่อวานผมก็ได้ดูWatchmenหนังที่สร้างจากนิยายภาพที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อได้ข่าวว่าเขาจะสร้างหนังเรื่องนี้แน่ๆผมก็ไปซื้อหนังสือมาอ่านหลังจากจดๆจ้องๆมานาน เนื่องจากนิยายภาพเรื่องนี้เขียนไว้ยี่สิบกว่าปีแล้วลายเส้นและสีสันจึงไม่สวยถูกใจเหมือนคอมมิคส์หรือมังงะยุคใหม่ แต่ความเข้มข้นและหนักแน่นของเนื้อหาทำให้บรรยากาศการอ่านต่างไปจากการหนังสือการ์ตูนทุกเล่มในชีวิต ยิ่งอ่านก็ยิ่งเสียดายว่าทำไมถึงเพิ่งมาอ่าน ถ้าเราอ่านมันตั้งแต่ยี่สิบปีที่แล้วหลังจากนั้นมาเราจะอ่านการ์ตูนสนุกกว่าเดิมอีกเยอะ เพราะอิทธิพลที่Watchmenทิ้งไว้ให้กับนักเขียนการ์ตูนยุคหลังนั้นมีมากเหลือเกิน จนอาจจะพูดได้ว่า อย่าริอ่านนิยายภาพแบบซีเรียสทั้งหลายถ้ายังไม่ได้อ่านWatchmen  และอาจจะต้องสำทับด้วยว่า ใครอ่านWatchmenสามจบคบไม่ได้

the_watchmen_fuillcastjpg

Watchmenเป็นเรื่องของซุบเปอร์ฮีโร่ที่เล่าแบบดราม่าหนักๆผสมความเป็นนิยายสืบสวนและแน่นอนยังมีความเป็นเรื่องแอ๊คชั่นแบบซุบเปอร์ฮีโร่อยู่ แต่นั่นก็เป็นแค่เปลือกนอก ลึกลงไปแล้ว Watchmenว่าด้วยเรื่องของสันดานดิบมนุษย์ เรื่องของหน้ากาก เรื่องของตัวตนที่แท้จริง เรื่องของเวลาและเรื่องของคำว่าฮีโร่กับผู้ร้าย วิธีเล่าเรื่องก็ค่อนข้างซับซ้อนเล่าสลับไปมาระหว่างอดีตกับปัจจุบันคั่นด้วยบทความเป็นตอนๆ แถมยังมีการ์ตูนซ้อนการ์ตูนอีกเรื่องหนึ่งอยู่ในนั้น เรื่องแบ่งออกเป็น12ตอนเท่ากบตัวเลขบนนาฬิกา แต่ละตอนที่เหมือนๆกับจะจบในตอนเป็นการเล่าถึงที่มาของฮีโร่แต่ละคนพร้อมๆกับการสืบหาตัวฆาตกรที่ฆ่าThe Comedianฮีโร่คนสำคัญของเรื่อง ผู้กำกับหลายคนเฉียดๆกับการที่จะได้กำกับหนังเรื่องนี้แต่ก็บอกผ่านด้วยเหตุผลต่างๆ แต่เหตุผลหลักที่เกือบทุกคนจะเห็นพ้องกันก็คือนิยายภาพเรื่องนี้มันไม่สามารถจะสร้างเป็นหนังได้ (ถ้าใครได้อ่านก็จะรู้ว่ามันยากที่จะเอามาสร้างจริงๆ) น่าเสียดายที่เราไม่ได้ดูWatchmen ที่กำกับโดยTerry Gilliamเพราะผมว่าเขาน่าจะเป็นคนที่เหมาะที่สุด แต่ก็ยังดีที่ในที่สุดหนังเรื่องนี้ก็ตกมาอยู่ในมือของZack Snyderผู้กำกับหนังที่ดัดแปลงจากนิยายภาพที่ผมชอบมากอีกเรื่องหนึ่ง300 ตื่นเต้นกับผู้กำกับคนนี้มาตั้งแต่ตอนที่เขารีเมคDawn of the Deadหนังซอมบี้ส์คลาสสิคที่ผมชอบที่สุด แต่เขามาฉายแสงจนแสบตาก็ตอนที่ทำ300นี่แหละ สไตล์ภาพที่ดูเหนือจริงทั้งสีสันและวิชช่วลเอ๊ฟเฟครวมถึงการคอมโพสภาพและท่าทางของนักแสดงที่อยู่ในมาดที่เท่ที่สุดตลอดเวลา คือถ้าใครทนไม่ได้ก็จะเกลียดไปเลย แต่ผมชอบมาก ถ้าจอร์จ ลูกัสจะทำสตาร์วอร์สไตรภาคที่เหลืออยู่คนที่น่าจะมากำกับที่สุดก็คือZackนี่แหละ เขาทำWatchmenออกมาอย่างซื่อสัตย์ต่อตัวหนังสือ(ยกเว้นฉากสำคัญท้ายเรื่องที่ผมชอบของZackมากกว่าในหนังสือเสียอีก) จากสีสันที่ติดจะเชยๆในหนังสือเขานำมาปรับปรุงโดยยังใช้โทนสีเดิมแต่เพิ่มความเข้มข้นจริงจังและทันสมัยเข้่าไป การคัดเลือกตัวแสดงก็เน้นไปที่การเข้ากันได้กับแคแรคเตอร์มากกว่าความดังของดารา เขาตัดสินใจตัดส่วนที่เป็นการ์ตูนซ้อนการ์ตูนออกไปทำเป็นดีวีดีต่างหาก และเลือกใช้เพลงที่แสดงถึงยุคสมัย(บางส่วนในหนังสือก็นำมาใช้อยู่แล้ว) ผลลัพธ์มันกลายเป็นหนังที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งที่ผมเคยดูมา เข้มข้น เครียด แต่สนุกและเต็มไปด้วยประเด็นให้ตีความและขบคิดหรือถกเถียงกันไปอีกนาน แต่นี่ไม่ใช่หนังสำหรับทุกคนโดยเฉพาะเด็กๆ นี่เป็นหนังของผู้ใหญ่ที่พร้อมจะนั่งเครียดและคิดตามหนังเป็นเวลาสามชั่วโมง Zackใช้จังหวะการเล่าเรื่องแบบในหนังสือหนังจึงดูช้าอืดอาดในบางช่วง ช้ามากจนทำให้บางคนอาจจะทนไม่ไหว โดยเฉพาะคนที่ไม่อินกับหนังสือต้นฉบับและไม่อินกับเรื่องของคนอเมริกัน และคนแบบนี้น่าจะอยู่เมืองไทยกันเยอะ ดังนั้นคนที่อยากดูหนังเรื่องนี้ควรไปดูให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ เพราะผมว่าเมื่อพ้นสัปดาห์นี้ไปแล้วรอบฉายคงจะหดหายไปอย่างรวดเร็ว ถ้ามีคนถามว่าควรจะอ่านหนังสือหรือดูหนังก่อน ผมก็แนะนำให้หาหนังสือมาอ่าน แต่อย่าอ่านจบ อ่านแค่ครึ่งเล่มพอแล้วเข้าไปดูหนังก่อนจึงกลับมาอ่านหนังสือต่อจนจบ วิธีนี้คุณจะสนุกกับการดูผู้กำกับถ่ายทอดภาพออกมาให้ตรงกับหนังสืออย่างไรโดยยังลุ้นได้อยู่ว่าหนังจะจบลงอย่างไร แล้วการกลับมาอ่านหนังสืออีกรอบก็จะได้เช็คว่ามีฉากไหนที่เขาทำไม่ตรงกับในหนังสืออบ้าง(ขอบอกว่ามีน้อยมาก)

watchmen-happy-facejpgwatchmenjpg

ไม่ว่าเหล่าฮีโร่Wachmenจะเป็นสไมล์ลี่ที่มองเราอยู่หรือเป็นนาฬิกาที่มองพวกเขาอยู่ก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ ทั้งคู่มีเข็มนาฬิกาอยู่บนหน้า ขอให้สนุกกับหนังเรื่องนี้ครับ แต่ขอย้ำว่าอย่าพาเด็กไปดูนะครับไม่เหมาะสำหรับเด็กอย่างแรงครับ

~ โดย pated บน มีนาคม 8, 2009.

7 Responses to “Who watches the Watchmen?”

  1. สวัสดีครับ
    เมื่อวาน (วันอาทิตย์) เห็นคุณยุทธนาที่ แผงดีวีดี หน้าโรงหนังลิโด้ด้วยครับ
    (แต่ไม่กล้าเข้าไปทัก ^^;)
    เมื่อวานผมไปดู Milk กับ Slumdog เศรษฐีใหม่
    มิลค์นั้น ฌอณ ก็เหมาะกับออสการ์แล้วครับ บทแบบนี้ออสการ์ชอบ
    แต่ตัวหนัง ถ้าไม่รู้ระบบ ส.ก., ส.ข. มาบ้างนี่ งงเต็ดเลยครับ
    ส่วนสลัมด็อก ก็เป็นหนังแบบที่ออสการ์ชอบเหมือนกัน ประมาณพวกฟอเรสท์กัมพ์ อะไรเทือกนี้
    ดูแล้วไม่อยากไปมุมไบเลยครับ
    ทั้ง 2 เรื่อง ชอบระดับกลาง ๆ ให้เรื่องละสามดาว

    อ่า…วอชเมนก็ยังไม่ได้ดูเลยครับ แฟนบอกว่าไม่อยากดู ผมเลยพาลอดไปด้วย

    เมื่อวานเจอคนดังด้วยนะ
    เจอ แสตมป์ 7th Scene ดูสลัมด็อกรอบก่อนหน้าผม มากับแฟนมั้ง
    ที่ชั้น 2 ของลิโด้ ที่มีร้านขายพวกเสื้อผ้า ฮิปฮอป
    กลุ่มไทเท มาขายอัลบั้มคอมพิเลชั่นใหม่ แถมโปสเตอร์ แจกลายเซ็น ตอนบ่ายสาม
    เด็กฮิพฮอพมาเยอะเหมือนกัน
    ผมอยากจะได้ลายเซ็นบ้าง แต่ต่อคิวไม่ไหว
    กลัวเด็กฮิพฮอพมันมองหน้าด้วย
    เลยทำได้แค่ยืนหน้าร้าน

    คิดว่าคุณยุทธนาคงสบายดีนะครับ เข้าใจว่าผ่าตัดไปแล้ว คงหายดีแล้ว
    ผมชอบกินปลา กินเนื้อวัวไม่ได้ เพราะนับถือกวนอิม
    ไม่รู้ว่าข่าวหนังสือ ddt ในพันทิพย์ มันจริงไหม
    ถ้ายังอยู่ ก็จะสนับสนุนต่อไปครับ
    พิธูร

  2. 1. ผมนั่งอ่านในเฉลิมไทย เห้นคนคอมเมนต์เรื่องนี้เป็น 2 ฝั่ง

    – ชอบความนัวร์ ความตึงเครียดของเรื่องนี้แบบวายป่วง
    – หลวงเข้าไปดูเพราะโฆษณา พาดหัวซะอย่างกับหนังซุปเเปอร์ฮีโร่

    2. ผมเพิ่งเจอที่ b2s สั่ง comic เข้ามาขายน่ะครับ

  3. gikไม่อาจเรียกขานมันว่าเป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ได้เลย

    ใครว่าแบทแมนเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีความเป็นดรามาติก (ฉบับคุณพี่ทิม เบอร์ตันและสองฉบับล่าสุด)

    ก็อาจจะจริงครับ แต่นั่นมันเป็นฮีโร่ที่ใช้ความเป็นดราม่ามาเล่าเรื่อง

    แต่ Watchmen เป็นหนังดราม่าที่ดำเนินเรื่องโดยซุปเปอร์ฮีโร่ครับ!!!

    เห็นด้วยกับป๋าครับว่า ขอเถอะถ้า StarWars จะออกแขกไตรภาคที่ยังเหลืออยู่(ถ้าลูคัสคิดว่ามันควรจะมี) ก็ให้พี่แซ็คกำกับเถิดครับบบ พี่จอร์จหลัง หลังไม่รู้ว่ายอดมากหรือเปล่า วางมือดีกว่า แหะ แหะ

    ว่ากันเรื่อง Watchmen ต่อ… ไม่เคยอ่านฉบับหนังสือการ์ตูนครับ สารภาพว่าไม่ค่อย “อิน” กับคอมมิกส์แบบอเม’กันเท่าไหร่ แต่พอดูหนังแล้ว ก็…ยังไม่คิดจะไปหาหนังสือมาอ่านหรอกครับ ฮ่าฮ่า เนื่องจากไม่มีตังค์ เพราะถ้าเป็นหนังสืออิมพอร์ทก็น่าจะเอาการอยู่ และคิดว่าเวลานี้ ขออินไปกับหนังก่อนครับ

    ขอแสดงความเสียใจกับคนที่เสียเงินเข้าไปเพราะหลงไปกับ “หน้าหนัง”

    ขอแสดงความยินดีกับคนที่อยากเสพความมัน…แต่ได้อารมณ์อิ่ม อิ่มที่อาจไม่คาดหวังกลับไปด้วย

    ขอแสดงความเสียใจกับเด็ก เด็กที่ผู้ปกครองพาไปหรือโตหน่อยเข้าไปดูเอง น้อง น้องคงจะเซ็งกับเวลาเกือบสามชั่วโมงในหนัง (แต่หนังไม่เหมาะกับเด็กจริง จริงนะครับ สงสัยคงต้องพูดเรื่อง”หน้าหนังภาพลวงตาที่ไม่ได้แค่หลอกให้ผู้ใหญ่เข้าไปดูหนังฮ่วย ฮ่วยแค่อย่างเดียว แต่บางครั้งยังหลอกให้เยาวชนเข้าไปดูในสิ่งอันพึงประสงค์ แต่ไม่พึงบังควร อีกเรื่องมั้งครับ”)

    ขอแสดงความยินดีกับผู้ใหญ่ที่เข้าไปดูเพราะอาจจะพาเด็กเข้าไปดู แต่ในใจคิดว่า “ไม่อยากดูเล๊ยยย นี่มันหนังฮีโร่โผล่กันมาเท่ เท่ แอ็ก แอ็กเปล่าฟะ ” แต่ความรู้สึกจะเปลี่ยนขณะจิตที่ดู อะไร ยังไงต้องไปดูเองครับ

  4. สวัสดีครับป๋าเต็ด

    ถ้ามีโอกาสคงได้ไปดูครับ

    หนัง 3 ชม. ในยุคนี้ถือว่าน่าสนใจครับ

    (แถมเป็นหนังที่หน้าตาแบบนี้ด้วย)

  5. ไปดูมาเมื่อวันเสาร์ที่แล้วคะ ไม่ได้รู้เรื่องล่วงหน้ามาก่อนเลย แค่เห็นว่าเกี่ยวกับพวกฮีโร่เราก็อยากดู คิดว่าคงเป็นแนวแอ๊กชั่นแบบเรื่องเอ็กซ์เมน แต่พอดูไปเรื่อยๆ ก็เริ่มจะเครียด ๆ ๆ
    เรื่องเริ่มน่าสนใจมากขึ้นช่วงปลายเรื่องคือ ตัวละครที่ชื่อ ดร.แมนฮัตตันเค้าจะพูดถึงหลักธรรมชาติ ปรัชญา การปล่อยวางมากขึ้น
    แต่ชอบที่หนังเรื่องนี้ไม่สามารถคาดเดาตอนจบได้คะ และมีมุมมองที่ทำให้เราต้องนั่งคิดว่า
    ถ้าเป็นเรา เราจะเลือกจบแบบเหล่าฮีโร่ในเรื่องไม้

  6. เพิ่งซื้อ vcd มาดูรอบสองหลังจากดูในโรงมา พบว่าหนังเรื่องนี้มีเรื่องชวนให้คิดเพิ่มขึ้นอีกมาก คนสร้างทำการบ้านเกี่ยวกับแนวคิดเชิงมนุษย์นิยมมาเยอะมาก คงเก็บเป็นหนังในดวงใจอีกเรื่อง นอกจาก sin city แต่ชอบเรื่องนี้มากกว่า

  7. baccarat casino online 24h

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: