ผับเดียวไม่พอ พี่ขอสาม
ในมิวสิคเฟสติวัลการแสดงแบบยาวเหยียดจากเย็นไปจรดเช้าบางครั้งก็สร้างปัญหาให้กับการแสดง ผู้ชมบางส่วนหมดแรงหรือไม่ก็หลับกันเป็นหย่อมๆ ศิลปินบางคนก็ต้องขึ้นแสดงในช่วงที่เลยจุดพีคของอารมณ์ร่วมจากผู้ชม แถมบรรยากาสตอนตีสามตีสี่ที่คนดูหลับครึ่งนึงตื่นครึ่งนึงก็ไม่ใช่บรรยากาสในฝันของศิลปินที่ไหน ในBig Mountain Music Festival จึงคิดจะแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยการจัดตารางการแสดงของแต่ละเวทีไม่เท่ากัน เวทีหลักสองเวทีเปิดการแสดงตั้งแต่เย็นๆไปจนถึงตีสอง เพื่อเปิดโอกาสให้ใครที่ง่วงนอนกลับไปพักผ่อนก่อนจะมาลุยกันใหม่ในวันต่อไป ถ้าใครยังไม่ง่วงก็ไปต่อกันได้ที่เวทีเต้นรำที่จะเริมเปิดทำการตั้งแต่ตีสองไปจนถึงหกโมงเช้า แต่ถ้าไม่ง่วงและไม่อยากเต้นรำเราก็มีเวทีเล็กอีกสามเวทีที่มีคอนเส็ปท์โชว์ในแต่ละวันแตกต่างกันไป บางวันเป็นร๊อค บางวันเป็นแจ๊ส เพื่อให้ทุกท่านได้เลือกชมได้ตามรสนิยมของแต่ละคน เวทีเล็กนี้จะมีอยู่สามเวที ความจุประมาณสองสามร้อยคน ที่ให้มีขนาดเล็กก็เพื่อให้บรรยากาสแตกต่างจากเวทีใหญ่ที่เพิ่งจบไป และเพื่อให้ระบบเสียงไม่รบกวนซึ่งกันและกันเอง เวทีเล็กทั้งสามนี้เราขอเรียกว่า”ผับ”เพื่อให้เหมือนบรรยากาศการเที่ยวกลางคืนในเมือง ที่เมื่อร้านนี้ปิดเราก็จะไปหาร้านอื่นที่ยังเปิดอยู่เพื่อสนุกกันต่อ ผับทั้งสามแห่งนี้จิโร่และแจ๊คออกแบบให้แตกต่างกันออกไปเพื่อรองรับดนตรีรูปแบบต่างๆได้อย่างทั่วถึง ผมว่านี่น่าจะเป็นความสนุกแบบใหม่ของมิวสิคเฟสติวัลในบ้านเรา วันนี้เรามาทำความรู้จักกับผับทั้งสามกัน
ผับที่หนึ่งออกแบบมาสำหรับดนตรีแบบแบนด์ที่ต้องการพื้นที่การแสดงเยอะหน่อย เราอยากให้เป็นผับกลางแจ้งเพื่อทุกคนจะได้สำผัสธรรมชาติรอบตัวได้อย่างเต็มที่ อีกแรงบันดาลใจหนึ่งก็คือความฝนตอนเด็กๆที่เกือบจะทุกคนอยากจะมีบ้านต้นไม้ แต่พ่อไม่มีตังค์ทำให้ หรือไม่ก็ไม่มีต้นไม้ใหญ่พอจะทำได้ เราก็เลยเอาความฝันนั้นมาใส่ในผับนี้แทน หน้าตาจึงออกมาอย่างนี้
ตัวเวทีคือพื้นที่สีเหลี่ยมด้านหน้า ผู้ชมเลือกได้ว่าจะขึ้นไปนั่งดูข้างบนหรือนั่งดูรอบๆข้างล่าง ที่นั่งเราเลือกใช้ฟางอัดแท่งที่ทั้งนุ่มนั่งสบายและให้สัมผัสของธรรมชาติได้อย่างดี ในช่วงที่ไม่มีการแสดงที่นี่ก็จะเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจนั่งพูดคุยสังสรรค์กันได้คามอัธยาศัย น่าจะเป็นจุดยอดนิยมของผ็คนงานอีกจุดหนึ่ง
ผับต่อมาเราอยากได้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยุ่ในบ้าน เหมาะสำหรับดนตรีเบาๆชิลชิล หน้าตาจึงออกมาเป็นแบบนี้
ถึงแม้จะเป็นผับชิลชิลแต่ก็ยังมีความกวนบวกเข้าไป จะสังเกตได้ว่าในผับมีจรเข้อยู่ด้วยเพื่อให้เข้ากับข่าวจรเข้ที่เขาใหญ่ ผับนี้อาจจะดูมีขนาดเล็ก เราจึงจะตัดผนังโดยรอบออกไป เพื่อให้ผู้คนที่เข้ามาแย่งที่นั่งข้างในไม่ทันสามารถนั่งดูกันด้านนอกขยายวงออกไปได้เรื่อยๆ
ผับที่สามนี่ฮาที่สุดเป็นผับสำหรับเพลงแนวตี๊ดๆ ที่ถึงแม้จะเป็เพลงแนวทันสมัยแต่แรงบันดาลใจกลับมาจากของไทยๆที่เราคุ้นตา
ตลอดระยะการทำงานกับทีมออกแบบสิ่งหนึ่งที่เราพูดถึงกันอยู๋เสมอคือความเป็นไทย แต่เราไม่ได้หมายถึงลายไทย หรือโขน ลิเก เราหมายถึงกระบวนการคิดแบบไทยๆที่ทำให้เรามี รถบัสลายดราก้อนบอลหรือเซลเลอร์มูนวิ่งเต็มถนน การใช้หลอดฟรูโอเรสเซ่นมาประดับประดาบนเวทีงานวัด หรือแขวนตามต้นไม้เป็นรูปต่างๆ คววามเป็นไทยแบบนี้แหละที่เราชอบ รถอีแต๋นก็เป็นตัวอย่างที่ดีอีกอย่างของความเป็นไทย ดูไม่เรียบร้อยไม่รัดกุมไม่ปลอดภัย แต่ก็โอเค ใช้งานได้ ราคาถูก แถมสีสันลวดลายก็ทันสมัยแบบไทยสุดๆ เมื่อผมบอกทีมไปว่าอยากได้ซักเวทีนึงอยู่บนรถอะไรซักอย่าง จิโร่จึงกลับมาพร้อมกับเวทีที่ชื่อว่า E-Tan Ultimatum
นอกจากจะใช้โครงสร้างหลักเป็นรถอีแต๋นแล้ว องค์ประกอบอื่นๆอย่างร่ม ลำโพงงานวัด และสีสันจัดจ้านก็แสดงความเป็นไทยออกมาได้อย่างน่ารัก เวทีนี้เหมาะกับดนตรีตื๊ดๆเครื่องไม่เยอะแต่ความสนุกเยอะ จิโร่ฝันว่ารถควรจะวิ่งไปมาได้ด้วย ก็ได้แต่หวังว่าฝันเขาจะเป็นจริง
มาถึงตรงนี้ผมได้เล่าเรื่องเวทีต่างๆไปจนครบแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดความสนุกในงานอีกเยอะที่จะค่อยๆทยอยเล่ากันไป บางข้อมูลอาจจะยังเปิดเผยไม่ได้ บางข้อมู,ก็ต้องรอสรุปให้ลงตัวอีกนิด แต่ผมก็จะมาเล่าเรื่องอัพเดทต่างๆทุกอาทิตย์ ในสัปดาห์หน้าจะเริ่มด้วยการตอบคำถามมากมายที่หลยถามมาทั้งที่บล๊อกนี้ ที่เฟซบุ๊ค และตามกระทู้ต่างๆที่มีผู้ไปตั้งเอาไว้ ถ้ามีข้อสงสัยอะไรก็ฝากคำถามไว้ที่นี่ตอนนี้เลยก็ได้ แต่ที่ย้ำกันตรงนี้อีกทีก็คือ งานจะเกิดขึ้นในวันศุกร์และเสาร์ที่ 5-6 กุมภาพันธ์ปีหน้า ที่โบนันซ่าเขาใหญ่ และตอนนี้เราได้สโลแกนของงานนี้แล้วว่า
เพราะเราเชื่อว่างานเรามัน งานเราใหญ่ และงานเรามีอะไรมากกว่าแค่การดูดนตรี หวังว่าเราจะไปสนุกด้วยกันอย่างใหญ่มากต้นปีหน้านะครับ สัปดาห์หน้าจะกลับมาใหม่ครับ
ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของงานนี้อย่างทันอกทันใจก่อนใครด้วยการสมัครเป็นแฟนของเราที่เฟซบุ๊ค คลิกที่นี่
หมายเหตุ ภาพทั้งหมดเป็นไอเดียเบื้องต้นอาจมีการปรับเปลี่ยนแบบที่แท้จริงตามความเหมาะสม















555 ชอบ E-Tan Ultimate นี่ล่ะค่ะ ได้ใจจริงๆ บรรยากาศคล้ายๆ เวทีเต้นรำในงานวัด มันส์แน่ๆ
ปล. จะรอไม่ไหวแล้วนะพี่ อยากให้ถึงกุมภาเร็วๆ >.<
-`๏’- Give me a HuG -`๏’- said this on กันยายน 28, 2009 ที่ 7:07 pm |
มาทีไร อลัง ขึ้นทุกทีนะคับป๋า
omo said this on กันยายน 28, 2009 ที่ 8:10 pm |
ได้ฟังพี่เต็ดเมื่อวันเสาร์ ที่พี่บอกว่าเอาศิลปินเก่าแต่ละวงกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
ความคิดนี้สุดยอดดดดดดมากค่ะพี่ ถ้ามีสักเวทีนึงจะดีใจมากค่ะ
ann said this on กันยายน 29, 2009 ที่ 10:31 am |
เห็นเวทีรถอีแต๋นแล้วคิดถึงดนตรี ตามงานบวช…โอ้ว….โจ๊ะไ้ด้อีก…
thianpop said this on กันยายน 29, 2009 ที่ 10:43 am |
เตรียมตัว
เตรียมใจ
เตรียมตังค์..
อ่านหนังสือป๋าอยู่..
ตอนแรกจะไปซื้อนั่งฝั่งตะวันตื่น
ของเฮียก้อง
แต่มันไม่มี
เห็นกระเป๋าน้ำร้อนยืนทำตาปริบๆ
เลยเอากลับบ้านมาด้วย…
อิอิ (อ่ะล้อเล่นนนนนนนนนน)
สุก(ข)ปานกลาง said this on ตุลาคม 3, 2009 ที่ 9:40 pm |
งานนี้คิดว่าไม่พลาดแน่ครับ ^ ^
คีย์ครับ said this on ตุลาคม 5, 2009 ที่ 11:15 pm |
โอ๊ยๆ อยากดู
ชอบจระเข้มาก
famefamous said this on ตุลาคม 25, 2009 ที่ 4:12 am |