konichiwa
มาถึงฟูกูโอกะอีกครั้งนึงแล้วครับ
คราวนี้มาเพื่อดูThe Sunset Live เทศกาลดนตรีริมหาดที่ใหญ่โตขึ้นทุกปี
มาถึงที่นี่ตั้งแต่เช้ายังเช็คอินไม่ได้จึงเตร็ดเตร่อยู่แถวๆโรงแรม
โรงแรมตั้งอยู่กลางย่านช๊อปปิ้งอีกแล้ว เป้าหมายแรกคือ”Onisuka Tiger Shop”
ร้านอยู่ใกล้โรงแรมมาก เดินไปแค่สองสามร้อยเมตรก็ถึง เวลาขณะนั้นสิบโมงเช้า ช่างเหมาะเจาะเหลือเกินเป็นเวลาเปิดร้านเป๊ะ แต่พอเดินไปถึงหน้าร้านก็เกิดอาการช๊อค มีรถบรรทุกคันใหญ่จอดบังร้านไว้ ผู้คนขนของกันขวักไขว่ ร้านโล่งเตียนไม่เหลือรองเท้าซักคู่ ยังไงกันขายไม่ดีจนถึงขนาดต้องย้ายหนีเจ้าหนี้กันเลยหรือ เข้าไปถามพนักงานด้วยภาษาอังกฤษและภาษามือกันวุ่นวายจึงได้ความว่าเขาแค่จะย้ายร้านไปอยู่ที่ห้างใหญ่ประจำเมืองเท่านั้นเอง โล่งอก แล้วร้านใหม่จะเปิดพรุ่งนี้เลยไหม ไม่ อีกสองอาทิตย์ถึงจะเปิด จะบ้าเหรอ อุตส่าห์มาถึงนี่มันดันมาย้ายร้านเอาตอนนี้ หมดกัน ความหวังพังพินธ์(สะกดยังไงว้า) กลั้นใจถามด้วยภาษาอังกฤษบวกภาษามืออีกที(มีเท้าปนด้วย)ว่าแล้วเมืองนี้มีร้านไหนขายรองเท้ายี่ห้อนี้อีกไหม โชคดีเดินจากนี่ไปอีกสิบห้านาทีก็จะมีให้ซื้อ เมื่อถามทางเสร็จสรรพก็ออกเดินแบบไม่คิดไปที่นั่นทันที เป็นตายยังไงก็ต้องซื้อให้ได้
เม็กซิโกหกสิบหก สีพิเศษ เนื้อผ้าเป็นลายถักสวยงาม สบายใจได้เป็นเจ้าของแล้ว น่าเสียดายที่ร้านนี้ไม่ใช่ช้อบอย่างเป็นทางการเลยมีแบบให้เลือกน้อยมาก ว่าจะซื้อมาฝากภรรยาและลูกคงต้องไปหาที่ร้านอื่นอีกที
เจ้าของร้านใจดีเห็นเรามาซื้อแต่เช้า(เป็นคนแรกของร้าน)เลยแถมพัดมาให้หนึ่งอัน อันนี้เป็นของนานาแน่ๆ
กลับมาที่โรงแรมเพื่อนั่งหลับรอโนริโกะผู้ประสานงานของ Asian Youth Cultural Center ผู้เชิญเรามาเที่ยวนี้ วันนี้มีนัดทานอาหารเที่ยงร่วมกัน นั่งสัปงกจนถึงเที่ยงก็ได้พบกับโนริโกะและฮิวชองแขกรับเชิญจากเกาหลีผู้พาวงWindy Cityมาที่แฟตเฟสปีที่แล้ว เราสามคนเดินไปร้านพาโลมาคาเฟ่ห่างจากที่พักไปซักครึ่งกิโล เป็นร้านเล็กๆน่ารักที่ขายดีมาก คนแน่นตลอดเวลา และลูกค้าแต่ละคนก็เท่ๆทั้งนั้นเลย ถ้าเทียบกับบ้านเราก็คงคล้ายๆเกรย์ฮาวนด์คาเฟ่ยังไงยังงั้น ที่นี่มีเมนูให้เลือกไม่มาก แต่อร่อยทุกอย่าง
บรรยากาศเรียบเท่ คนนั่งก็เรียบเท่ด้วย
จานแรกเป็นซุปข้าวโพดพร้อมเครื่องเคียง มีทั้งกุ้งชุบแป้งทอด มันเผา สาหร่าย พริกหยวก และมะเขือม่วง ฟังดูมั่วมากแต่อร่อยไม่น่าเชื่อ ซุปออกหวานนำตามด้วยความมันแบบนุ่มๆ ทานกับเครื่องเคียงรสชาติตัดกันไปมาพาให้กลมกล่อม
จานหลักของเราเป็นเบอร์เกอร์เนื้อกับอันเนี่ยนริงวางซ้อนกันสามอัน เสียบด้วยผักชื่ออะไรไม่รู้ ราดด้วยซอสเปรี้ยวๆหวานๆแบบญี่ปุ่น เนื้อนุ่ม หอมใหญ่กรอบอร่อย
สลัดแซลมอนทอดของฮิวจอง ผักสดกรอบหวาน น้ำสลัดกึ่งข้นกึ่งใสรสชาติหวานเปรี้ยวแบบญี่ปุ่นอีกแล้ว แต่ที่เด็ดมากคือแซลมอนทอดมาค่อนข้างสุกทำให้หนังกรอบเคี้ยวแล้วจะชุ่มน้ำมันจากหนังปลา เนื้อปลาแน่นหอมเพราะค่อนข้างสุกมากแต่ไม่สุกเกินไป อร่อยลงตัว
ของหวานมีสองอย่าง เค๊กช๊อคโกแล็ตยัดใส้ด้วยช๊อคโกแล๊ตเหลวๆ พอผ่าตรงกลางใส้ก็ไหลเยิ้มออกมาเหมือนที่เคยดูในทีวีเลย อีกจานเป็นเยลลี่กับพุดดิ้งรสมะพร้าวหอมหวานลื่นคอ ตัวเยลลี่มีกลิ่นหอมเหมือนน้ำตาลไหม้ด้วยไม่รู้เป็นรสอะไร
พนักงานเสิร์ฟน่ารักและบริการดีเยี่ยม เจ้าของร้านก็เดินทักทายลูกค้าทุกโต๊ะ เป็นกันเองและอร่อยอย่างนี้นี่เองถึงขายดีทุกวัน
ระหว่างทานข้าวได้คุยโทรศัพท์กับมิกิ
นักร้องนำของวงThe Indigoด้วย เพิ่งรู้ว่าเธอเป็นเพื่อนกับฮิวจอง นี่เป็นวงดนตรีญี่ปุ่นที่เราชอบที่สุด พี่เต้งแห่งสไปซี่ดิสก์แนะนำให้รู้จักเมื่อหลายปีก่อน เพลงเพราะสดใสฟังง่ายไม่น่าเบื่อ เธออยากมาเล่นที่แฟตเฟสมาก เอาไงดีพวกเรา
กลับมาเช็คอิน นอนเอาแรง ตอนเย็นมีนัดพบกับเจ้าหน้าที่ของศูนย์วัฒนธรรมเยาวชนฟูกูโอกะ ตอนเขามาเมืองไทยเราเลี้ยงอาหารเขาไว้จนเขาติดใจ วันนี้เขาขอเลี้ยงคืนบ้าง
ระหว่างเดินไปที่นัดหมายหยอดโคหซีโร่มากินกระป๋องนึง เป็นแบบกระป๋องสั้นน่ารักน่าชังราคาสามสิบบาท ค่าครองชีพที่นี่ไม่สูงจนน่าตกใจเหมือนที่อังกฤษ โรงแรมที่กอยู่กลางเมืองราคาคืนละสองพันกว่าบาทเท่านั้นเอง รสชาติโค้กซีโร่จืดกว่าที่เมืองไทยเล็กน้อย แต่ความซ่าส์พอพอกัน
คุณอาเบะเจ้าภาพในวันนี้พาไปที่ซอยเล็กๆแถวเท็นจินที่เต็มไปด้วยร้านอาหารเล็กๆที่มีชื่อเสียงมานาน ส่วนใหญ่ขายอาหารแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม เป้าหมายคือร้านเท็มปุระ ฟังแล้วไม่น่าตื่นเต้นเลย เท็มปุระน่าเบื่อจะตาย
แต่ไม่ใช่ร้านนี้ นี่ไม่ใช่เท็มปุระธรรมดา มีมาทั้งเนื้อวัวกุ้ง ปลาหมึก ปลา ไก่ เครื่องใน ผัก เสียบไม้มาเรียบร้อย ในกระบอกไม้ไผ่ข้างหน้าคือแป้งเท็มปุระปรุงพิเศษ
ข้างหน้าเรามีตะเกียบ มะเขือยาวในซุป และที่เป็นกองอยู่สี่กอง คือ เกลือผสม ชาเขียว ผงกะหรี่ พริก และพริกไทยตามลำดับ แล้วยังไงต่อ
ตรงกลางโต๊ะเป็นหม้อใส่น้ำมัน(คล้ายๆหม้อฟองดูว์)ตั้งบนเตาร้อนๆ
แล้วก็จิ้มกันตามสะดวก เป็นเท็มปุระแบบบริการตัวเอง คุณอาเบะบอกว่าแม้แต่ในญี่ปุ่นก็ยังหาทานยากเลย รสชาติแตกต่างจากเท็มปุระที่เราคุ้นเคย เพราะมีเนื้อสัตว์แปลกๆที่ปกติเราไม่เคยเห็นเอามาทำเท็มปุระอยู่เยอะเช่น เนื้อวัว ไก่ กบ จระเข้ ใช่ครับ ตัวนั้นแหละครับไม่ได้พิมพ์ผิด แป้งที่ใช้ชุบก็เนื้อเบาทอดยังไงก็กรอบและไม่ติดอยู่กับเนื้อมากเกินไป ความสุกก็ควบคุมกันตามชอบใจใครอยากให้สุกแค่ไหนก็เลือกได้เอง และมันมาเด็ดตรงเอามาจิ้มเกลือนี่แหละ เข้ากันได้ยังไงก็ไม่รู้ เพิ่งเคยเจอเทมปุระที่ไม่มีน้ำซ๊อสให้จิ้มแบบที่กินประจำ
สรุป
เท็มปุระบวกฟองดูว์และจุ่มแซ่บสไตล์ญี่ปุ่นได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับเราไปจนพุงกาง
ปิดท้ายด้วยไอศครีมทอดแบบก้อนเล็กพอดีคำ แป้งกรอบบาง ไอศครีมเป็นรสช๊อคโกแล็ตผสมวานิลลา หวานมันเข้ากันได้ดี
ถ่ายภาพร่วมกันเป็นหลักฐาน ที่ถืออยู่นั้นคือกล้วย เอามาทำเท็มปุระได้ด้วยเหมือนกัน ป้ายที่ผนังคือเมนู ลองเดาดูซิว่าอันไหนแปลว่าจระเข้
นี่แค่วันแรกเท่านั้นยังเปรมกันขนาดนี้ หนทางยังอีกยาวไกล โปรดติดตามตอนต่อไปอย่างใกล้ชิด(อย่าหวังมากนัก)

khonnichiwa.^_^
สวสดีค่ะ ดิฉันชื้อ มาซาโกะ ยามาโมโฅะ มาจากญี่ปุ่นเป็นนักศึกษาเเลกเปลี่ยนเรียนที่มศวค่ะ ดิฉันมีเพื่อนคนหนึ่งเขาเป็นนักเล่นดนตรีเเล้วก้เขาอยากติตต่อคุณยุทธนา บุญอ้อมเรื่องเกี่ยวกับfatfessค่ะ
ขอE-mail addressบองคุนยุทธนาด้วยค่ะ
E-mail adressของดิฉัน: chocolate_hyper_boyfriend@yahoo.co.jp
masako yamamoto said this on สิงหาคม 31, 2007 ที่ 3:23 pm |
ติดต่อได้ที่นี่เลยครับ
ted6104@gmail.com
pated said this on สิงหาคม 31, 2007 ที่ 7:56 pm |
เมื่อครั้งพี่เเต็ดแจ้งข่าวถึง the sunset live …..
และลุลา อาจจะได้ไป
เด็กชายปอวาดฝันว่า เอาล่ะจะได้ไปต่างประเทศกับเขาบ้างแน่ๆ
ศึกษาข้อมูลทุกอย่าง….ว้าว!!!(memory gard จะพอมั๊ยเนี่ย)
…..ฝากพี่เต็ดถ่ายรูปมาเยอะๆนะครับ
Dogville said this on สิงหาคม 31, 2007 ที่ 10:05 pm |
เอ่อ…ข้อความข้างบนของด.ช.ปอ
…low tech krab
por said this on สิงหาคม 31, 2007 ที่ 10:11 pm |
ปีหน้าค่อยลุ้นกันใหม่นะปอ
pated said this on สิงหาคม 31, 2007 ที่ 10:21 pm |
เฮอ….คนเรา เล่นกินกันแต่วันเลยนะ เหนื่อยจริงๆ
pated said this on สิงหาคม 31, 2007 ที่ 10:41 pm |
pated (IP: 122.19.67.177 .fukuoka.ocn.ne.jp
<<–ทักทายกันจากฟุกุโอะกะ เลยหรือคะเนี่ยะ ??
เที่ยวให้สนุกนะคะ เห็นเน้นตะลุยทานอาหารกันก่อนเลย
อ้อ..ไม่ได้ฟังนานแล้วนะคะเพลง ไม่อ้วนเอาเท่าไหร่ น่ะค่ะ
เชอรี่
cher3155 said this on สิงหาคม 31, 2007 ที่ 10:43 pm |
ขอบคุณมากค่ะ เดียวจะส่งE-mailนะค่ะ
masako yamamoto said this on กันยายน 1, 2007 ที่ 2:26 pm |
เฮ้อ . . .
อ่านตอนตี 3 เห็นแล้วหิว
ต้องออกไปหาอาหารญี่ปุ่นมากินบ้างซะแล้ว!!!
นิ้งหน่อง said this on กันยายน 2, 2007 ที่ 3:05 am |
โหย
น่ากินมากครับ เทมปุระทำเองนี่ ไม่เคยเจอมาก่อนในญี่ปุ่นเลยครับ
(ท่าทางจะแพงมากด้วย)
ส่วนเทมปุระจิ้มเกลือ
ตอนอยู่ญี่ปุ่นเจอบ่อยครับ
ส่วนใหญ่มักจะเป็นอาหารในร้านเหล้า
Oakyman said this on กันยายน 9, 2007 ที่ 2:24 am |
Indigo เพราะ + เสียงใส + นักร้องน่ารักดีครับ
Oakyman said this on กันยายน 9, 2007 ที่ 2:27 am |
aaaaaaaaaaa
aaaa said this on กันยายน 29, 2007 ที่ 10:21 pm |