Feel good music festival
การประชุมครั้งแรกกับจิโร่เกี่ยวกับโปรเจ็คใหญ่ยักษ์ครั้งใหม่ผ่านไปด้วยดี การพูดคุยเต็มไปด้วยไอเดียดีดีมากมายฟุ้งกระจายทั่วโต๊ะอาหาร ไม่ว่าในที่สุดงานนี้จะออกมาอย่างไร แต่เรารู้ร่วมกันว่าจุดเริ่มต้นคือการพยายามสร้าง”Feel good music festival”ด้วยกัน เราอยากทำมิวสิคเฟสติวัลที่เต็มไปด้วยความรู้สึกดีดี เพราะการมารวมตัวกันในงานอย่างนี้นั้นไม่ใช่การมาดูการแสดงดนตรีเท่านั้น แต่เป็นการมาใช้ชีวิตร่วมกันของคนเป็นหมื่น(ในกรณีของเรานั้นอาจหมายถึงมากกว่าสองหมื่นคนเป็นเวลาสองวันสองคืน) วงดนตรีที่ดีอย่างเดียวไม่พอแต่มันคือบรรยากาศ ความสะดวกสบาย ความสนุก และที่สำคัญ แรงบันดาลใจ เมื่อคนดูกลับไปเขาไม่น่าจะจำแค่โชว์ที่เขาชอบ แต่เขาน่าจะได้อะไรบางอย่างกลับไปใช้ในชีวิตของเขา อะไรบางอย่างที่ว่านั้นแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน แต่เราเรียกรวมว่าแรงบันดาลใจ ทุกครั้งที่เราไปในที่ที่แปลกหูแปลกตาเรามักจะได้ความคิดดีดีจากสิ่งเล็กๆน้อยๆที่เราไปเจอมาที่จะส่งผลให้เราได้เปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในการดำเนินชีวิต ฟังดูเหมือนกับคำนำหนังสือฮาวทูแต่นี่คือความรู้สึกโดยรวมกับโปรเจ็คใหญ่ที่เรากำลังเริ่มต้นเข้าสู่กระบวกการคิดและผลิต แนวคิดของส่วนประกอบของงานเยอะแยะที่เกิดขึ้นในที่ประชุมเราไม่ค่อยกลัวว่าจะลืม แต่ความรู้สึกแบบนี้ต่างหากที่เรากลัวลืม เราไม่อยากสนุกไปกับการคิดโน่นคิดนี่ให้กับงานครั้งนี้จนลืมจุดมุ่งหมายสำคัญที่สุด นั่นก็คือทุกคนต้องรู้สึกดีกับงานนี้เมื่อเขากลับไป และแน่นอนเมื่อถึงเวลาของงานนี้ครั้งต่อไปเขาจะอยากกลับมาอีกครั้ง
ถึงแม้เราจะตั้งชื่องานนี้ไว้ว่า”Big Moutain Music Festival” แต่ลึกๆแล้วเราจะจำไว้เสมอว่าเรากำลังสร้าง”Feel Good Music Festival”อยู่ ตอนนี้เรารู้สึกดีแล้วแต่คุณจะรู้สึกดีด้วยหรือเปล่า เราจะได้รู้กัน อีกไม่นาน
Thai Spiderman
เห็นข่าวนี้เมื่อวันก่อนแล้วช่วยให้ช่วงเวลาเครียดๆนี้สดชื่นขึ้นเป็นกอง เจ้าหน้าที่กู้ภัยกลับไปเปลี่ยนชุดเป็นสไปเดอร์แมนเมื่อรู้ข้อมูลว่าเด็กน้อยที่ปีนไปนั่งอยู่ที่ขอบตึกแล้วไม่ยอมกลับเข้าไปในตึกนั้นชอบสไปเดอร์แมน น่าชื่นชมคุณสไปเดอร์แมนคนนี้ที่ช่างคิดและกล้าทำ ดูใบหน้าของเด็กในรูปแล้วก็คงเห็นว่าน้องเขาดีใจจริงๆที่ได้เจอสไปเดอร์แมนฮีโร่คนโปรดของเขา ที่น่าชื่นชมคุณสไปเดอร์แมนอีกอย่างก็คือการที่เขาเตรียมน้ำส้มมาให้น้องเขาด้วย คือเขาไม่ได้รีบคิดรีบทำอย่างลวกๆ เขาคิดอย่างครบถ้วนและทำออกมาได้อย่างดี ขอชื่นชมคุณสมชาย อยู่สบายผู้อยู่ภายใต้หน้ากากสไปเดอร์แมนนั้น ผมว่าผมคงไม่ใช่คนเดียวที่ชื่นใจกับข่าวนี้ ล่าสุดข่าวนี้ติดอันดับต้นๆในdigg.comซึ่งเป็นโซเชี่ยลบุ๊คมาร์คชื่อดังระดับโลก มีคนมาร่วมคอมเม้นท์แบบชื่นชมมากมาย น่าเสียดายเหตุการณ์นี้ไม่ได้บันทึกเป็นวิดีโอไว้ แถมภาพนิ่งที่ถ่ายก็ไม่ได้เห็นหน้าสไปเดอร์แมนชัดๆ แต่นั่นก็ดูจะยิ่งทำให้สมับเป็บซุบเปอร์ฮีดร่เข้าไปใหญ่ เพราะพี่พี่พวกนี้เขาต้องแวบมาแล้วก็แวบไปเห็นชัดแล้วเดี๋ยวไม่ขลัง
ป๋าไม่กลัวน้ำร้อน(อีกที)
คุณบิ๊คแห่งอะบุ๊คเกิดไอเดียบรรเจิดขึ้นมาใหม่ว่า
ปกหนังสือเล่มแรกในชีวิตของผมไม่ควรจะดูเป็นการ์ตูนขนาดนั้น(ดูได้จากโพสต์ที่แล้ว)
จึงได้นำเสนอแบบใหม่มาอีกหลายแบบ
ผมจึงเห็นสมควรว่าเราต้องมาถกกันเรื่องนี้อีกครั้ง
แบบที่หนึ่ง
อันนี้ชอบเลย ดูสะอาดตาและเข้าประเด็นทันทีไม่มีรีรอ อีกอย่างเห็นถุงน้ำร้อนนี้แล้วนึกถึงคุณยาย เพราะท่านเป็นคนเดียวที่ใช้อุปกรณ์ชิ้นนี้ในบ้าน แค่ไม่มั่นใจตรงชื่อหนังสือว่าไปอยู่ตรงนั้นแล้วมันถูกต้องที่สุดหรือเปล่า
แบบที่สอง
เราชอบลายถุงน้ำร้อนในแบบแรกมากกว่า ลายไฟนี้ดูแล้วนึกถึงหมูกระทะ
แบบที่สาม
อันนี้ก็ขอบ เพราะไอเดียแรกของปกหนังสือนี้เรานึกถึงตัวหนังสืออย่างเดียวเต็มปกไปเลย แต่พอเอาเข้าจริงๆเราว่าก็สู้แบบที่หนึ่งไม่ได้อยู่ดี และก็ยังคงไม่ชอบไฟหมูกระทะเหมือนเดิม แถมปกหน้ากับปกหลังดูไม่เข้ากันยังไงไม่รู้
แบบที่สี่
ดูแล้วนึกถึงปราบดา หยุ่นมากกว่าตัวเราเอง และยังคงไม่ชอบไฟหมูกระทะอยู่ต่อไป
แบบที่ห้า
อันนี้นี่แหละที่ทำให้ลังเล เพราะตอนนี้คงเลือกรูปถุงน้ำร้อนแน่แน่ แต่ไม่รู็จะเอาลายนี้หรือลายในแบบที่หนึ่งดี แบบที่หนึ่งดูตรงไปตรงมา แบบนี้ดูมีชั้นเชิงมากขึ้น
สรุป
ช่วยเลือกอีกซักทีนะครับ
















